Browse by topic
Find guides, tutorials, and answers organised by category.
ขาเข้า
การจัดการคลังสินค้า ขาเข้า
ตั้งค่า
การตั้งค่าการทำงานระบบ MOLOG WMS
ขาออก
การจัดการคลังสินค้า ขาออก
ขาคืน
การจัดการคลังสินค้า ขาคืน
การจัดการสินค้าคงคลัง
การจัดการสินค้าคงคลัง และความเคลื่อนไหวสินค้าคงคลังแบบต่าง ๆ
รายงาน
การจัดการ Report ต่าง ๆ
Popular articles
What other people are reading right now.
ค่าตั้งต้นผู้ใช้งาน
ค่าตั้งต้นผู้ใช้งาน (User Default) ใช้กำหนดคลังสินค้าและสโตเลอร์ที่จะให้เป็น "ค่าตั้งต้น" สำหรับการใช้งานระบบของผู้ใช้แต่ละคน เมื่อตั้งค่าแล้ว ระบบจะดึงข้อมูลของคลัง/สโตเลอร์นั้นมาแสดงให้อัตโนมัติทุกครั้งที่เข้าใช้งาน เข้าใช้งาน: เมนู การตั้งค่า > ค่าตั้งต้นผู้ใช้งาน (Setting > User Default) 1. การกำหนดคลังสินค้าตั้งต้น (Default Warehouse) ใช้เปลี่ยนคลังสินค้าและโซนที่จะให้เป็นค่าตั้งต้นในการใช้งานระบบ 1. เข้าเมนู การตั้งค่า > ค่าตั้งต้นผู้ใช้งาน > คลังสินค้า (Setting > User Default > Warehouse) 2. เลือกคลังสินค้าที่ต้องการตามรายการที่ระบบแสดง 3. กดปุ่ม ยืนยัน (Save) เพื่อบันทึก → ผล: ระบบบันทึกคลังสินค้าตั้งต้นสำเร็จ ข้อควรรู้ - ควรเลือกไว้ 1 คลังสินค้าเสมอ ไม่ควรปล่อยเป็นค่าว่าง เพราะจะกระทบต่อการดึงข้อมูลบางส่วน เช่น Master Location และสินค้าคงคลัง 2. การกำหนดสโตเลอร์ตั้งต้น (Default Storer) ใช้เฉพาะ ลูกค้ากลุ่มผู้ให้บริการคลังสินค้า (3PL) เท่านั้น ใช้เปลี่ยนสโตเลอร์ที่จะให้เป็นค่าตั้งต้นในการใช้งานระบบ 1. เข้าเมนู การตั้งค่า > ค่าตั้งต้นผู้ใช้งาน > สโตเลอร์ (Setting > User Default > Storer) 2. เลือกสโตเลอร์ที่ต้องการตามรายการที่ระบบแสดง 3. กดปุ่ม ยืนยัน (Save) เพื่อบันทึก → ผล: ระบบบันทึกสโตเลอร์ตั้งต้นสำเร็จ ข้อควรรู้: ควรเลือกไว้ 1 สโตเลอร์เสมอ ไม่ควรปล่อยเป็นค่าว่าง เพราะจะกระทบต่อการดึงข้อมูลบางส่วน
ขาเข้าการรับเข้าสินค้า
ภาพรวมกระบวนการรับสินค้าและจัดเก็บ กระบวนการทั้งหมดแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่การสร้างใบแจ้งรับสินค้าล่วงหน้าจนถึงการปิดใบงานจัดเก็บ ดังแผนภาพต่อไปนี้ [สร้าง ASN] → [สร้าง GR] → [Confirm Receive] → [Putaway] → [CLOSED] สถานะสินค้าใน Inventory Enquiry | สี | ความหมาย | เกิดขึ้นเมื่อ | | -------- | ----------------------------------------- | -------------------- | | แถวสีเทา | สินค้าอยู่ในระบบแต่ยังใช้งาน / หยิบไม่ได้ | หลัง Confirm Receive | | แถวสีดำ | สินค้าพร้อมใช้งาน — Allocate และ Pick ได้ | หลัง Putaway CLOSED | 1. รับสินค้าล่วงหน้า (Advance Shipment Notice) ใช้สำหรับสร้างและจัดการใบแจ้งการส่งสินค้าล่วงหน้า (ASN) ก่อนสินค้าเดินทางมาถึงคลัง สามารถสร้างได้ 2 วิธี ได้แก่ การ Import ข้อมูล และการกรอกข้อมูลมือ (Web Input) วงจรสถานะใบงาน ASN | Status | | | ------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------------------- | | OPENED | ใบงาน ASN ถูกสร้างสำเร็จ — พร้อมนำไปสร้าง GR หรือแก้ไขได้ | | RECEIVING | สร้างเอกสารรับสินค้า (Goods Receipt: GR) เรียบร้อยแล้ว - เอกสาร ASN จะไม่สามารถแก้ไขได้ทุกกรณี | | **PAR RECEIVED ** | รับสินค้าบางส่วน (Short Receive) — บางรายการยังไม่ครบ | | RECEIVED | รับสินค้าครบทุกรายการแล้ว | | PUTAWAY IN PROG | กำลังจัดเก็บ - จะเกิดขึ้นเมื่อมีการจัดเก็บผ่าน Handheld Scan Putaway เท่านั้น | | PUTAWAY | จัดเก็บสินค้าไว้ที่ Location เรียบร้อย | | CLOSED | ปิดเอกสาร - สินค้าใน Inventory พร้อมดำเนินการ | 1.1 การสร้าง ASN ผ่าน Import ใช้เมื่อต้องการนำเข้าข้อมูลสินค้าหลายรายการพร้อมกัน รองรับ 2 รูปแบบ วิธีที่ 1 — Import แบบ Data from table (กรอกข้อมูลในระบบ) 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. คลิกปุ่ม Import 3. Pop-up Document Type ปรากฏขึ้น → คลิก Create 4. เลือกรูปแบบ Data from table → คลิก Next 5. กรอกข้อมูลในตารางตามฟิลด์ที่กำหนด 6. (ไม่บังคับ) หากต้องการแยกใบงานตาม PO Number: เลือก Split by column → เลือก "PO Number" 7. (ไม่บังคับ) ตั้งค่า Toggle ตามต้องการ (ดูคำอธิบายด้านล่าง) 8. คลิกปุ่ม Import Now วิธีที่ 2 — Import แบบ Upload file (อัปโหลดไฟล์ Excel) 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. คลิกปุ่ม Import 3. Pop-up Document Type ปรากฏขึ้น → คลิก Create 4. เลือกรูปแบบ Upload file → คลิก Next 5. อัปโหลดไฟล์ Excel Template ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว 6. (ไม่บังคับ) เลือก Split by column หากต้องการแยกใบงาน 7. (ไม่บังคับ) ตั้งค่า Toggle ตามต้องการ 8. คลิกปุ่ม Import Now คำอธิบาย Toggle ในหน้า Import | Toggle | การตั้งค่า | พฤติกรรม | | -------------------------- | --------------- | ------------------------------------------------------- | | Stop import if error found | เปิด | หากมีแถวใดผิด ระบบหยุด Import ทันที — ไม่นำเข้าแถวใดเลย | | Stop import if error found | ปิด | นำเข้าแถวที่ถูกต้อง แล้วแจ้ง Error เฉพาะแถวที่มีปัญหา | | Split by column | เลือก PO Number | สร้างใบงาน ASN แยกตาม PO Number อัตโนมัติ | Result Import | Import Success | Import Error | | ---------------------------------------------------------------------- | --------------------------------------------------------------------------- | | ระบบแสดงเลข Receive Key ของใบงานที่สร้าง | Pack Code not exists: [Pack code] (SKU: xxx) → Pack Code ไม่ตรงกับ SKU นั้น | | สถานะใบงาน ASN = OPENED | SKU Code not exists: [SKU] → SKU ที่กรอกไม่มีใน Master ของระบบ | | ข้อมูลในใบงานตรงกับที่กรอก | วิธีตรวจสอบ: คลิกปุ่ม Import Status เพื่อดูรายละเอียดในช่อง Message | | หากใช้ Split by column: ระบบสร้างใบงานแยกตามจำนวน PO Number ที่ต่างกัน | | 1.2 การสร้าง ASN ผ่าน Web Input (กรอกมือ) ใช้เมื่อต้องการสร้างใบงาน ASN ทีละใบ โดยกรอกข้อมูลผ่านหน้าจอระบบโดยตรง 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. คลิกปุ่ม New 3. Pop-up Document Type ปรากฏขึ้น → คลิก Create 4. กรอก PO Number และข้อมูลส่วนหัวของใบงาน → คลิก Next 5. คลิกปุ่ม New เพื่อเพิ่มรายการสินค้า 6. กรอก SKU และรายละเอียดสินค้า (Qty, Pack Code, Expected Receive Date ฯลฯ) 7. คลิก Save 8. (ทำซ้ำข้อ 5–7 หากต้องการเพิ่มสินค้าหลายรายการ) 1.3 การแก้ไขใบงาน ASN เงื่อนไขสำคัญ: แก้ไขได้เฉพาะใบงานที่มีสถานะ OPENED เท่านั้น แก้ไขจำนวนสินค้า (Quantity) 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. เปิดใบงานที่ต้องการแก้ไข (Status = OPENED) 3. คลิก Tab SKU 4. ดับเบิลคลิกที่แถว SKU ที่ต้องการแก้ไข 5. แก้ไขค่าในช่อง Received Qty 6. คลิก Save Received Qty ต้องมากกว่า 0 เสมอ:หากใส่ค่า 0 หรือค่าลบ ระบบแจ้ง Error: Please check quantity: Received Qty เพิ่มรายการสินค้าใหม่ (Add New SKU) 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. เปิดใบงานที่ต้องการ (Status = OPENED) 3. คลิก Tab SKU 4. คลิกปุ่ม New 5. กรอก SKU และข้อมูลรายการสินค้าให้ครบ 6. คลิก Save ลบรายการสินค้า (Remove SKU) 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. เปิดใบงานที่ต้องการ (Status = OPENED) 3. คลิก Tab SKU 4. Hover ที่แถว SKU ที่ต้องการลบ → คลิกไอคอนถังขยะ 5. คลิก Delete ที่ Pop-up → คลิก OK 6. คลิก Save สินค้าที่ลบจะเปลี่ยนเป็นแถวสีเทา (Soft Delete) ไม่ได้ถูกลบออกจริง และจำนวนใน Unloading Report จะลดลงตาม แก้ไข PO Number 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. เปิดใบงานที่ต้องการ (Status = OPENED) 3. แก้ไขช่อง PO Number ในส่วนหัวใบงาน 4. คลิก Save 1.4 การ Export ข้อมูล ASN Export ข้อมูลทั้งหมด 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. คลิกปุ่ม Export Excel Export เฉพาะบางรายการ 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. ใช้ Quick Search กรองรายการที่ต้องการ Export 3. คลิกปุ่ม Export Excel 2. เอกสารรับสินค้า (Goods Receipt New PO) ใช้สำหรับสร้างและจัดการใบรับสินค้า (GR) เมื่อสินค้ามาถึงคลัง สามารถอ้างอิงจาก ASN/PO หรือสร้างโดยไม่มี PO ก็ได้ วงจรสถานะใบงาน GR | Status | | | ------------------- | ----------------------------------------------------------------------------- | | RECEIVING | GR ถูกสร้าง — รอดำเนินการรับสินค้า (แก้ไข/เพิ่ม/ลบ ASN ได้) | | RECEIVED | รับสินค้าครบแล้ว — สินค้าปรากฏใน Inventory เป็นแถวสีเทา (ยังใช้งานไม่ได้) | | PUTAWAY IN PROG | กำลังจัดเก็บ - จะเกิดขึ้นเมื่อมีการจัดเก็บผ่าน Handheld Scan Putaway เท่านั้น | | PUTAWAY | ระบุ Location เก็บสินค้าแล้ว — รอปิดใบงาน | | CLOSED | ปิดใบงานสมบูรณ์ — สินค้าพร้อมใช้งานใน Inventory (แถวสีดำ) | 2.1 การสร้าง GR แบบอ้างอิง PO/ASN (รวมหลายใบ) ใช้เมื่อมีใบงาน ASN ที่ Status = OPENED พร้อมนำมารับสินค้า สามารถรวมหลาย ASN ในใบ GR เดียวได้ ASN ที่มีสถานะ RECEIVING (คือถูกนำไปสร้าง GR อื่นแล้ว) จะไม่ปรากฏในผลการค้นหา ขั้นตอนที่ 1 — สร้างใบงาน GR 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิกปุ่ม Create GR 3. กรอกหมายเลข ASN ในช่อง Search → คลิก Search Now 4. ติ๊ก Checkbox หน้าใบงาน ASN ที่ต้องการ → คลิกลูกศร เพื่อย้ายมาฝั่งขวา 5. (ถ้ามี ASN หลายใบ) ทำซ้ำข้อ 3–4 จนได้ครบทุกใบที่ต้องการ 6. คลิกปุ่ม Confirm → คลิก OK → คลิก OK ที่ Pop-up Success ขั้นตอนที่ 2 — ยืนยันการรับสินค้า (Confirm Receive) 1. ในหน้า Goods Receipt คลิก + หน้าใบงาน GR ที่เพิ่งสร้าง เพื่อขยายรายการ ASN 2. คลิกเข้าใบงาน ASN ใบที่ 1 3. คลิก Tab SKU 4. (ถ้ารับ Partial) แก้ไขจำนวน Qty หรือลบบางรายการ → คลิก Save 5. คลิกปุ่ม Confirm Receive → คลิก Goods Receipt → คลิก OK 6. (ถ้ามี ASN หลายใบ) ทำซ้ำข้อ 2–5 สำหรับ ASN ใบถัดไป 2.2 การสร้าง GR แบบไม่มี PO (Web Input) ใช้เมื่อรับสินค้าโดยไม่มีใบ PO/ASN ล่วงหน้า 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิกปุ่ม Create GR 3. คลิกปุ่ม Confirm (ไม่ต้องเลือก ASN) → คลิก OK → คลิก OK 4. (ไม่บังคับ) ปรับ วันที่รับสินค้า ก่อนเลือกสินค้า — สามารถระบุวันย้อนหลังได้ 5. คลิกปุ่ม Next เพื่อเข้าหน้ากรอกสินค้า 6. คลิกปุ่ม New → กรอก SKU และรายละเอียด (Qty, Lot, Expiry Date, Mfg Date หากมี) 7. คลิก Save 8. (ทำซ้ำข้อ 6–7 หากต้องการเพิ่มหลาย SKU) 9. คลิกปุ่ม Confirm Receive เพื่อยืนยันการรับ 2.3 การสร้าง GR แบบไม่มี PO (Import) รองรับ 2 รูปแบบ: Data from table และ Upload file (Excel) วิธีที่ 1 — Data from table 1. ไปที่เมนู Goods Receipt → คลิกปุ่ม Import 2. Pop-up Document Type → คลิก Create 3. เลือก Data from table → คลิก Next 4. กรอกข้อมูล SKU, Qty, Receive Date และฟิลด์ที่ต้องการ 5. (ไม่บังคับ) ตั้งค่า Toggle ตามต้องการ 6. คลิก Import Now วิธีที่ 2 — Upload file (Excel) 1. ไปที่เมนู Goods Receipt → คลิกปุ่ม Import 2. Pop-up Document Type → คลิก Create 3. เลือก Upload file → คลิก Next 4. อัปโหลดไฟล์ Excel Template ที่กรอกข้อมูลครบถ้วน 5. (ไม่บังคับ) ตั้งค่า Toggle ตามต้องการ 6. คลิก Import Now Toggle พิเศษสำหรับ GR Import | Toggle | การตั้งค่า | พฤติกรรม | | --------------------------- | ---------- | -------------------------------------------------- | | Stop import if error found | เปิด | หยุด Import ทั้งหมดทันทีที่พบ Error | | Stop import if error found | ปิด | Import แถวที่ถูกต้อง แจ้ง Error เฉพาะแถวที่มีปัญหา | | Confirm receive immediately | เปิด | หลัง Import สำเร็จ สถานะเปลี่ยนเป็น RECEIVED ทันที | | Confirm receive immediately | ปิด | สถานะเป็น RECEIVING รอ Confirm Receiveแยกต่างหาก | Split by CUST_REF_REC_01: สร้างใบงาน Receipt แยกตาม PO Number แต่ทุกใบอยู่ภายใต้ GR ใบเดียว 2.4 การแก้ไข GR (เพิ่ม/ลบ ASN) แก้ไขได้เฉพาะ GR ที่ Status = RECEIVING เท่านั้น | หาก GR เป็น RECEIVED ปุ่ม Edit GR จะถูก Disable เพิ่ม ASN เข้า GR 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิกปุ่ม Edit GR บนใบงาน GR ที่ต้องการ 3. กรอก ASN ที่ต้องการในช่อง Search → คลิก Search Now 4. ติ๊ก Checkbox → คลิกลูกศร ย้ายมาฝั่งขวา 5. คลิก Confirm → OK → OK ลบ ASN ออกจาก GR 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิกปุ่ม Edit GR บนใบงาน GR ที่ต้องการ 3. ติ๊ก Checkbox ที่ ASN ฝั่งขวาที่ต้องการลบ → คลิกลูกศร ย้ายมาฝั่งซ้าย 4. คลิก Confirm → OK → OK 2.5 การถอยสถานะ GR (Reopen) ใช้เมื่อต้องการแก้ไขข้อมูลหลังจาก Confirm Receive ไปแล้ว 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิก + หน้าใบงาน GR เพื่อขยายรายการ 3. คลิก (3 จุด) หน้าใบงาน Receipt ที่ต้องการถอยสถานะ 4. Hover ที่ Reopen → เลือกสถานะเป้าหมาย 5. คลิก OK → OK | ตัวเลือก | ใช้เมื่อ | ผลลัพธ์ | | ------------ | ------------------------------------- | --------------------------------- | | To Receiving | ถอยจาก PUTAWAY / RECEIVED กลับไปแก้ไข | Status Receipt และ GR = RECEIVING | | To Received | ถอยจาก PUTAWAY กลับมา RECEIVED | Status Receipt และ GR = RECEIVED | Location ที่เคยระบุไว้จะถูก Clear ออกทั้งหมดหลัง Reopen 2.6 การ Export ข้อมูล GR Export ข้อมูลทั้งหมด 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิกปุ่ม Export Excel Export เฉพาะบางรายการ 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. ใช้ Quick Search กรองรายการที่ต้องการ 3. คลิกปุ่ม Export Excel 3. สแกนรับสินค้า — Handheld การรับสินค้าผ่าน Handheld (HH) ดำเนินการโดยสแกนตาม Scan Profile ที่ตั้งค่าไว้ในระบบโดย Admin ซึ่งกำหนดลำดับการสแกน ตัวอย่าง Scan Profile ที่ใช้บ่อย | Profile | ลำดับการสแกน | | -------------------------------------------- | ----------------------------------------------------------------------------------------- | | SKU Barcode (C) > QTY | สแกน SKU (ครั้งเดียว) → ใส่จำนวน | | Pallet (U) > SKU Barcode (C) > QTY | สแกน Pallet (ไม่เปลี่ยน)→ สแกน SKU (ครั้งเดียว)→ ใส่จำนวน | | SKU Barcode (C) > Lot No (U) > EXP (U) > QTY | สแกน SKU (ครั้งเดียว) → ใส่ Lot No (ไม่เปลี่ยน) → ใส่ Expiry Date (ไม่เปลี่ยน) → ใส่จำนวน | | Pallet only | สแกน Pallet เท่านั้น (ข้อมูลดึงจาก ASN อัตโนมัติ) | 3.1 การสร้าง GR และสแกนรับสินค้า (มี PO/ASN) ใช้เมื่อมีใบงาน ASN Status = OPENED พร้อมแล้ว ขั้นตอนที่ 1 — สร้างใบงาน GR บน Handheld 1. เปิดใช้งาน Handheld → Tab Operate → เมนู Scan Receive 2. คลิก (3 จุด) มุมขวาบน → เลือก Create Goods Receipt 3. คลิกที่ช่อง Add document to The goods receipt 4. ติ๊ก Checkbox หน้าใบงาน ASN ที่ต้องการ (เลือกได้หลายใบ) 5. คลิก OK → คลิก Confirm เพื่อสร้างใบงาน GR ขั้นตอนที่ 2 — สแกนรับสินค้า 1. สแกนตาม Scan Profile ที่กำหนด จนครบทุกรายการที่ต้องการรับ 2. คลิก Close Job → คลิก Confirm Close Job 3. คลิก Confirm Receive 4. เซ็นลายเซ็นบนหน้าจอ 5. คลิก Confirm Receive อีกครั้งเพื่อยืนยันขั้นสุดท้าย Result when confirm receive | Success | Warning | Error | | ---------------------------------------------- | ----------------------------------------------------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------ | | ขึ้นข้อความ "Record Success" | Over Receive เปิด: หากรับเกิน ระบบแสดง Warning แต่ยังดำเนินการต่อได้ — ASN เปลี่ยนเป็น RECEIVED | SKU not exists on Advance Shipment Notice → สแกน SKU ที่ไม่อยู่ใน ASN ที่เลือก | | ใบงานบน HH เปลี่ยนสถานะเป็น RECEIVED | | SKU not found or Barcode type not match → สแกน SKU ที่ไม่มีในระบบเลย | | ใบงาน ASN ทุกใบที่รับเปลี่ยนสถานะเป็น RECEIVED | | Receive quantity is over than to allow over receiving ratio → สแกน Qty เกินจำนวนที่อนุญาต (ปิด Over Receive) | | สถานะบนหน้าเว็บตรงกัน | | | | สินค้าปรากฏใน Inventory Enquiry เป็นแถวสีเทา | | | กรณีพิเศษ: รับสินค้าหลาย PO ใน Pallet เดียวกัน ทำตามขั้นตอนปกติ (3.1) แต่เมื่อสแกนสินค้าให้สแกนสินค้าจากทุก ASN ลง Pallet หมายเลขเดียวกัน Scan Profile ต้องตั้งค่าเป็น Pallet > SKU > QTY กรณีพิเศษ: รับด้วย Pallet Profile (Pallet only) ใช้เมื่อ ASN ทุกรายการมีการกำหนด Pallet ID ไว้ล่วงหน้าทุก Line แล้ว เพียงสแกน Pallet Barcode ระบบดึงข้อมูลสินค้าทั้งหมดมาให้อัตโนมัติ ไม่ต้องสแกน SKU แยก 3.2 การสแกนรับสินค้าแบบ Partial (รับไม่ครบ) | สถานการณ์ | Allow Short Receive | ผลลัพธ์ | | ------------------------------ | ------------------- | ------------------------------------------------ | | สแกน SKU ไม่ครบทุกตัว | เปิด | รับสำเร็จ → ASN เปลี่ยนเป็น PAR RECEIVED | | สแกน Qty ไม่ครบ (ครบ SKU) | เปิด | รับสำเร็จ → ASN เปลี่ยนเป็น PAR RECEIVED | | สแกน SKU ไม่ครบทุกตัว | ปิด | Error — ไม่สามารถ Confirm ได้ — ยัง RECEIVING | | สแกน Qty ไม่ครบ | ปิด | Error — ไม่สามารถ Confirm ได้ — ยัง RECEIVING | | รับ GR ครบ 1 ใบ ไม่รับอีก 1 ใบ | (ไม่มีผล) | รับสำเร็จเฉพาะใบที่สแกนรับครบ — GR ยัง RECEIVING | Inventory แสดงตามจำนวนที่รับจริงเท่านั้น 3.3 การสแกนรับสินค้าแบบไม่มี PO (HH) 1. Handheld → Tab Operate → เมนู Scan Receive 2. คลิก → เลือก Create Goods Receipt 3. คลิก Confirm (ไม่ต้องเลือก ASN) → คลิก Next 4. สแกนตาม Scan Profile ที่กำหนด (เช่น SKU > QTY หรือ SKU > Lot > EXP > QTY) 5. คลิก Close Job → Confirm Close Job 6. คลิก Confirm Receive → เซ็นลายเซ็น → Confirm Receive การพิมพ์ Receiving Tag จาก HH 1. ใน Scan Receive เข้าใบงาน GR ที่ Status = RECEIVED 2. คลิก Confirm 3. คลิก → เลือก Print tags to receive all products 4. ระบบพิมพ์ Receiving Tag ตามที่ตั้งค่าไว้ 3.4 การแก้ไข GR ผ่าน Handheld (เพิ่ม/ลบ ASN) ทำได้เฉพาะ GR ที่ Status = RECEIVING เท่านั้น | หาก GR เป็น RECEIVED ช่อง Add document จะถูก Disable เพิ่ม ASN เข้า GR ผ่าน HH 1. Tab Operate → Scan Receive 2. เลือกใบงาน GR ที่ต้องการ 3. คลิกที่ช่อง Add document to The goods receipt 4. ติ๊ก Checkbox หน้า ASN ที่ต้องการเพิ่ม → คลิก OK ลบ ASN ออกจาก GR ผ่าน HH 1. Tab Operate → Scan Receive 2. เลือกใบงาน GR ที่ต้องการ 3. คลิกที่ช่อง Add document to The goods receipt 4. ยกเลิก Checkbox ที่ ASN ที่ต้องการนำออก → คลิก OK
ตั้งค่าการจัดการพื้นที่จัดเก็บ
การสร้างพื้นที่จัดเก็บ (Location) พื้นที่จัดเก็บ (Location) คือตำแหน่งสำหรับเก็บสินค้าในคลัง หน้าจอเดียวกันนี้ใช้สร้างได้ทุกวัตถุประสงค์ ทั้งพื้นที่ปกติ พื้นที่สินค้าเสียหาย พื้นที่พักสินค้า ไปจนถึงการผูกกับระบบ ERP โดยต่างกันที่ค่าที่เลือกในแต่ละช่อง เข้าใช้งาน: เมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ (Setting > Location) 1. การสร้างพื้นที่จัดเก็บ 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ 2. คลิก เพิ่มรายการใหม่ (New) — ระบบแสดงหน้าจอกรอกข้อมูล 3. ระบุ รหัส, ชื่อสถานที่จัดเก็บ, รหัสยืนยันแบบสั้น และ ประเภทการจัดเก็บ 4. เลือก สถานะ ของพื้นที่จัดเก็บ (ดูตารางด้านล่าง) 5. เลือก ขอบเขตการจัดเก็บ ให้ตรงกับการใช้งานจริง 6. ระบุ ความกว้าง ยาว สูง พร้อมตรวจหน่วยความยาว (ระบบตั้งต้นเป็น เมตร) 7. ระบุ ความจุน้ำหนักและปริมาตร ที่พื้นที่นี้รองรับได้ 8. ระบุ น้ำหนักสูงสุด พร้อมตรวจหน่วยน้ำหนัก (ระบบตั้งต้นเป็น กิโลกรัม) 9. ตั้งค่า พื้นที่หยิบสินค้า — เปิดเมื่อขอบเขตเป็น "พื้นที่หยิบสินค้า", กรณีอื่นปิดไว้ 10. คลิก บันทึก → ผล: ระบบบันทึกพื้นที่จัดเก็บใหม่สำเร็จ สถานะของพื้นที่จัดเก็บ | สถานะ | เหมาะกับ | | ----------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------------ | | ปกติ (Normal) | สินค้าทั่วไป สำหรับพื้นที่จัดเก็บหรือพื้นที่หยิบสินค้านำปล่อยออก | | เสียหาย (Damaged) | สินค้าที่มีความเสียหาย ใช้คัดแยกคุณภาพออกจากสินค้าปกติ | | พัก (Hold) | สินค้ารอตรวจสอบคุณภาพตอนรับเข้า, รอหยิบจนครบออเดอร์, หรือไม่ต้องการให้รวมกับกลยุทธ์การหยิบสินค้า | ข้อควรรู้ - ปริมาตรสูงสุด ระบบคำนวณให้อัตโนมัติจาก กว้าง × ยาว × สูง ไม่ต้องกรอกเอง - เมื่อเลือกขอบเขตเป็น "พื้นที่หยิบสินค้า" ระบบจะเปิดสวิตช์พื้นที่หยิบสินค้าให้อัตโนมัติ - รหัสสถานที่จัดเก็บห้ามซ้ำกันภายในคลังเดียวกัน 2. การสร้างตามวัตถุประสงค์เฉพาะ ใช้ขั้นตอนเดียวกับหัวข้อ 1 แต่ตั้งค่า 3 ช่องนี้ตามตาราง | ต้องการสร้างพื้นที่สำหรับ | สถานะ | ขอบเขตการจัดเก็บ | เหตุผลการพักสินค้า | พื้นที่หยิบสินค้า | | ------------------------- | ---------------- | --------------------- | ------------------ | ----------------- | | สินค้าเสียหาย | เสียหาย (Damage) | พื้นที่เก็บสินค้า | – | ปิด | | พักสินค้าชั่วคราวขาออก | พัก (Hold) | พื้นที่พักสินค้าขาออก | Freeze | ปิด | | พักสต็อกสินค้าสูญหาย | พัก (Hold) | พื้นที่เก็บสินค้า | Lost | ปิด | เมื่อเลือกสถานะเป็น "พัก (Hold)" ระบบจะแสดงช่อง เหตุผลการพักสินค้า ขึ้นมาให้เลือก 3. การผูกกับพื้นที่จัดเก็บในระบบ ERP (Binding ERP Location) ใช้เมื่อคลังสินค้ามีการเชื่อมต่อกับระบบภายนอกผ่าน MOLOG MLI (หน้าจอจะแสดงสัญลักษณ์การเชื่อมต่อไว้ด้านบนเสมอ) 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ → คลิก เพิ่มรายการใหม่ (New) 2. กรอกข้อมูลพื้นที่จัดเก็บตามปกติ (หัวข้อ 1) 3. เลือก รหัสสถานที่จัดเก็บในระบบ ERP ตามที่สร้างไว้ก่อนหน้า 4. คลิก บันทึก สำหรับคลังที่ตั้งค่าให้เชื่อม ERP ช่องรหัส ERP จะเป็นช่องบังคับ — ต้องเลือกก่อนจึงจะบันทึกได้ 4. การสร้างพื้นที่จัดเก็บโดยการนำเข้าข้อมูล (Import) ใช้เมื่อต้องการสร้างพื้นที่จัดเก็บจำนวนมากพร้อมกัน 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ → คลิก นำเข้าข้อมูล (Import) 2. ระบบแสดงข้อมูลพื้นฐานของเอกสารนำเข้า เช่น รหัสลูกค้า, ชื่อลูกค้า, รหัสคลังสินค้า 3. คลิก ถัดไป → ระบบเข้าสู่แท็บ รายการ 4. กรอกรายละเอียดพื้นที่จัดเก็บ — ช่องที่จำเป็นจะมี ตัวอักษรสีแดง กำกับไว้ 5. กรอกครบแล้วคลิก นำเข้าทันที → ผล: ระบบตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเข้า แล้วแสดง Pop-up ผลการนำเข้า ข้อควรรู้: ดาวน์โหลด Template ก่อนกรอก ที่หน้าตารางตอนกำลังจะ Import จะมีไอคอน จุด 3 จุด มุมขวาบน คลิกแล้วเลือก ดาวน์โหลด จะได้ไฟล์ Excel Template มา ลูกค้าสามารถกรอกข้อมูลใน Excel ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยคัดลอก (Copy) มาวางที่ตารางทีเดียว คำอธิบาย Toggle ในหน้า Import | Toggle | การตั้งค่า | พฤติกรรม | | ------------------------------------------------------ | ---------- | ---------------------------------------------------------- | | Stop import if error found (หยุดนำเข้าหากพบข้อผิดพลาด) | เปิด | หากมีแถวใดผิด ระบบหยุด Import ทันที — ไม่นำเข้าแถวใดเลย | | Stop import if error found (หยุดนำเข้าหากพบข้อผิดพลาด) | ปิด | นำเข้าเฉพาะแถวที่ถูกต้อง แล้วแจ้ง Error เฉพาะแถวที่มีปัญหา | หากนำเข้าข้อมูลซ้ำกับพื้นที่จัดเก็บเดิมในระบบ ระบบจะอัปเดตรายการเดิมโดยยึดข้อมูลจากการนำเข้าครั้งล่าสุด 5. การแก้ไขพื้นที่จัดเก็บ 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ 2. ค้นหาและคลิกเข้าพื้นที่จัดเก็บที่ต้องการแก้ไขจากรายการ 3. แก้ไขข้อมูลในช่องที่ต้องการ 4. คลิก บันทึก → ผล: ระบบบันทึกการแก้ไขสำเร็จ ข้อควรรู้: หากแก้ไขขนาด (กว้าง/ยาว/สูง) ระบบจะคำนวณ ปริมาตรสูงสุด ใหม่ให้อัตโนมัติ 6. การลบพื้นที่จัดเก็บ 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ 2. นำเมาส์ไปวาง (Hover) ที่แถวของพื้นที่จัดเก็บที่ต้องการลบ 3. คลิกไอคอน ถังขยะ ที่แถวนั้น 4. ระบบแสดง Pop-up ให้ยืนยัน — คลิก ลบ → ผล: ระบบลบพื้นที่จัดเก็บออกจากรายการ ข้อควรรู้: ไม่สามารถลบพื้นที่จัดเก็บที่ยังมีสินค้าคงเหลืออยู่ได้ ต้องย้ายหรือเคลียร์สินค้าออกจากพื้นที่นั้นก่อน (ตรวจสอบเงื่อนไขกับหน้าจอจริง) 7. การส่งออกข้อมูล (Export Excel) ใช้เมื่อต้องการนำข้อมูลพื้นที่จัดเก็บออกไปใช้งานต่อ เช่น ตรวจสอบหรือเก็บเป็นไฟล์ 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ 2. (ถ้าต้องการ) กรองหรือค้นหาเฉพาะรายการที่ต้องการส่งออก 3. คลิกปุ่ม ส่งออกเอ็กเซล (Export Excel) → ผล: ระบบดาวน์โหลดข้อมูลพื้นที่จัดเก็บออกมาเป็นไฟล์ Excel ตามรายการที่เลือก
ขาคืนการรับคืนสินค้าผ่าน Handheld Scan Return
เมนู: Tab Operate → Scan Return ใช้สำหรับสร้างและรับคืนสินค้าผ่าน Handheld โดยสแกนตาม Scan Profile ที่กำหนด รองรับการระบุสถานะสินค้า (Damage / Hold) และการถ่ายรูปแนบ Scan Profile สำหรับ Scan Return (Default) | Profile | ลำดับการสแกน | | ----------------------- | --------------------------------------------- | | SKU Barcode | สแกน SKU เท่านั้น | | SKU Barcode(C) > QTY(C) | สแกน SKU → ใส่จำนวน | | Location > SKU > QTY | สแกน Location → SKU → จำนวน (จัดเก็บได้ทันที) | 1. การสร้าง Return และสแกนรับคืนจาก DSO ใช้เมื่อมีใบงาน DSO ที่ Status = CLOSED และต้องการสร้าง Goods Receipt Return โดยตรงผ่าน HH ขั้นตอนที่ 1 — สร้างใบงาน Return บน Handheld 1. Handheld → Tab Operate → เมนู Scan Return 2. คลิก ⋯ (3 จุด) มุมขวาบน → เลือก Return 3. คลิกที่ช่อง Select Release Job 4. เลือกใบงาน DSO ที่ต้องการ → คลิก OK 5. คลิก Start 6. เลือก Return Reason 7. คลิก Confirm ขั้นตอนที่ 2 — สแกนรับคืนสินค้า 1. สแกนตาม Scan Profile ที่กำหนดจนครบทุกรายการ 2. คลิก Close Job → คลิก Confirm Close Job 3. คลิก Confirm Return 4. เซ็นลายเซ็นบนหน้าจอ 5. คลิก Confirm Return อีกครั้งเพื่อยืนยัน ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง - ขึ้นข้อความ "Record Success" - ใบงานบน HH เปลี่ยนสถานะเป็น RETURN - สถานะบนหน้าเว็บตรงกัน - Tag แสดง SO (มาจาก DSO โดยตรง) - สินค้าปรากฏใน Inventory Enquiry เป็น แถวสีเทา 2. การเลือกงาน Return จาก Request Return บน Handheld ใช้เมื่อมีใบงาน Request Return (Status = OPENED) รออยู่แล้ว 1. Handheld → Tab Operate → เมนู Scan Return 2. กรอก Return Key ของใบงาน Request Return ในช่องค้นหา 3. เลือก Document Type 4. เลือก Return Reason (ในกรณีที่ยังไม่ได้ระบุเหตุผลการคืนที่ใบงาน Request Return) 5. คลิก Confirm 6. สแกนตาม Scan Profile → Close Job → Confirm Close Job 7. Confirm Return → เซ็นลายเซ็น → Confirm Return ผลลัพธ์: Tag แสดง RR (มาจาก Request Return) — ขั้นตอนสแกนเหมือนข้อ 1 3. การระบุสถานะสินค้า Damage ขณะสแกน ใช้เมื่อพบสินค้าเสียหายขณะรับคืน สามารถทำได้หลังสแกนสินค้าเข้ามาในระบบแล้ว 1. สแกนตาม Profile จนได้รายการสินค้าในหน้าจอ 2. สไลด์การ์ด รายการที่ต้องการ จากซ้ายไปขวา 3. คลิก Good damaged switch เพื่อเปลี่ยนเป็น Damage - (ทำซ้ำสำหรับรายการที่ต้องการ — สามารถทำบางแถวหรือทุกแถวก็ได้) 4. ดำเนินการ Close Job → Confirm Close Job → Confirm Return → เซ็น → Confirm Return 📌 เปลี่ยนกลับได้: หากทำ Damage แล้วต้องการเปลี่ยนกลับเป็น Good สไลด์การ์ดอีกครั้ง → คลิก Good damaged switch ซ้ำ ⚠️ สัญลักษณ์แจ้งเตือน: เมื่อมีรายการ Damage ระบบจะแสดงสัญลักษณ์ ! ที่แถวนั้น และที่ใบงาน ผลลัพธ์: Inventory แสดง Goods Status = Damage 4. การพักสินค้า (Hold) ขณะสแกน ใช้เมื่อต้องการพักสินค้าที่รับคืนมาไว้ก่อน ไม่ให้นำไปใช้งาน 1. สแกนตาม Profile จนได้รายการสินค้า 2. สไลด์การ์ด รายการที่ต้องการ จากซ้ายไปขวา 3. คลิก SKU Suspend 4. เลือก Hold Reason → คลิก OK - (ทำซ้ำสำหรับรายการที่ต้องการ) 5. Close Job → Confirm Close Job → Confirm Return → เซ็น → Confirm Return 📌 ยกเลิก Hold: สไลด์การ์ดซ้ำ → คลิก SKU Suspend → คลิก OK (ไม่เลือก Reason) เพื่อ Unhold ผลลัพธ์: Inventory แสดง Goods Status = Hold พร้อม Hold Reason ที่ระบุ 5. การถ่ายรูปแนบสินค้า 1. สแกนตาม Profile จนได้รายการสินค้า 2. สไลด์การ์ด รายการที่ต้องการ จากซ้ายไปขวา 3. คลิก SKU Photography → คลิกปุ่มถ่ายรูป 4. ถ่ายรูป → กด ลูกศรซ้ายบน เพื่อกลับมาที่ใบงาน 5. Close Job → Confirm Close Job → Confirm Return → เซ็น → Confirm Return ผลลัพธ์: รูปภาพปรากฏใน Tab Attach ของ SKU ในใบงาน Return บนเว็บ 6. การสแกนรับพร้อมระบุ Location (ปิดใบงานทันที) ใช้เมื่อต้องการรับคืนและจัดเก็บในขั้นตอนเดียว โดยใช้ Scan Profile ที่มี Location เงื่อนไข: ต้องใช้ Scan Profile ที่มี Location เช่น Location > SKU > QTY 1. Handheld → Tab Operate → เมนู Scan Return 2. ค้นหาและเปิดใบงาน → เลือก Return Reason → คลิก Confirm 3. สแกนตาม Profile (สแกน Location → SKU → Qty) จนครบ 4. คลิก Close Job → Confirm Close Job 5. คลิก Confirm Return → เซ็นลายเซ็น → Confirm Return ผลลัพธ์: Goods Receipt Return เปลี่ยนสถานะเป็น CLOSED ทันที — สินค้าพร้อมใช้งาน (แถวสีดำ) ไม่ต้องทำ Putaway แยก 7. การพิมพ์ Receiving Tag ผ่าน Handheld เงื่อนไข: Goods Receipt Return ต้องมีสถานะ RETURN ขึ้นไป 1. Handheld → Tab Operate → Scan Return 2. เข้าไปในใบงานที่ต้องการ → คลิก Confirm 3. คลิก ⋯ (3 จุด) มุมขวาบน 4. เลือก Print tags to receive all products ระบบพิมพ์ Receiving Tag ตามจำนวน Pallet ที่รับเข้า ข้อควรรู้: 1. หมายเลขล็อต (Lot No) ของการรับคืนสินค้า ระบบจะทำการ Auto Include "-R" ต่อท้ายหมายเลขล็อตเดิมให้เสมอ กรณีที่เอกสารปล่อยออกสินค้า ปล่อยสินค้าออกไปขณะที่ไม่มีหมายเลขลอต ระบบจะทำการ Auto Include "-R" ให้ทันที
ขาออกการจองสินค้า
การจองสินค้าที่ใบงานปล่อยสินค้าโดยตรง (Allocation) การจองสินค้า คือการกันสินค้าในคลังให้กับใบงานปล่อยสินค้า เพื่อเตรียมหยิบและจัดส่ง เมื่อจองแล้วสินค้าจะถูกกันไว้สำหรับใบงานนั้นทันที ภาพรวมกระบวนการขาออก (คู่มือฉบับนี้อยู่ที่ขั้นจองสินค้า) [ สร้างเอกสาร ] → [ ▶ จองสินค้า ] → [ หยิบสินค้า ] → [ แพ็ก ] → [ ปล่อย/ส่งออก ] → [ ปิดงาน ] เข้าใช้งาน: เมนู ขาออก > ปล่อยสินค้า (Outbound > Direct Shipment Order) หมายเหตุสำคัญ: - เอกสารที่จองสินค้าได้ต้องอยู่ในสถานะ "รายการใหม่ (OPENED)" หรือ "กำลังจอง (ALLOCATING)" เท่านั้น - เมื่อจองสำเร็จ สินค้าจะถูกตัดออกจาก "สินค้าพร้อมปล่อย (Available QTY)" ทันที (จำนวนที่จองจะย้ายไปเป็น Allocated ส่วนยอดรวมทั้งหมดในคลังยังเท่าเดิม) สิ่งที่ต้องเตรียมก่อน: มีใบงานปล่อยสินค้า (Direct Shipment Order) ที่สร้างไว้แล้ว 1. จองทั้งใบงาน (จากหน้ารายละเอียดในเอกสาร) 1. เข้าเมนู ขาออก > ปล่อยสินค้า แล้วเลือกใบงานที่ต้องการจองสินค้า 2. คลิก ถัดไป (Next) เพื่อตรวจสอบรายการสินค้า — จุดสำคัญคือ กลยุทธ์การหยิบ (Pick Strategy) ของแต่ละบรรทัด 3. คลิก ถัดไป (Next) อีกครั้ง — ระบบพาเข้าหน้าจอจองสินค้า และเปลี่ยนสถานะเอกสารเป็น "กำลังจอง (ALLOCATING)" ทันที 4. ตรวจสอบข้อมูลและตั้งค่า Toggle ประเภทสินค้าที่ต้องการให้รวมเข้าการจอง (ดูตารางด้านล่าง) 5. คลิก ยืนยันการจอง → ผล: ระบบจองสินค้าครบและเปลี่ยนสถานะเอกสารเป็น "จองแล้ว (ALLOCATED)" โดยยังไม่ออกเอกสารหยิบสินค้า (สามารถพิมพ์ใบหยิบภายหลังได้) หากกดอีกปุ่ม: เลือก ยืนยันการจอง และออกเอกสารหยิบสินค้า แทน ระบบจะจองสินค้า + เปิด Pop-up ตัวอย่างเอกสารหยิบสินค้าให้พิมพ์ทันที เมื่อคลิก พิมพ์ แล้ว สถานะเอกสารจะเปลี่ยนเป็น "กำลังหยิบ (Picking)" (ข้ามขั้นพิมพ์ใบหยิบภายหลัง) ข้อควรรู้: กลยุทธ์การหยิบ (Pick Strategy) - ระบบดึงกลยุทธ์ที่ตั้งไว้ใน Master SKU มาแสดงเป็นค่าตั้งต้น ผู้ใช้งานเลือกหรือแก้ไขใหม่ได้ - ใน 1 ใบงาน แต่ละรายการสินค้า ไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์เดียวกัน ก็ได้ (เช่น FIFO, FEFO, หยิบจาก Pick Face ก่อน ฯลฯ) ข้อมูลบนหน้าจอจองสินค้า | ส่วนที่แสดง | ความหมาย | | ------------------------------ | -------------------------------------------- | | จำนวนการจอง | จำนวนที่จองได้ / จำนวนทั้งหมดที่ต้องการปล่อย | | รหัสสินค้า (SKU Code) | รหัสสินค้าของบรรทัดนั้น | | ชื่อสินค้า (SKU Description) | ชื่อสินค้า | | กลยุทธ์การหยิบ (Pick Strategy) | กลยุทธ์ที่ระบุไว้ของรายการนั้น | | สถานะการจอง | ผลการจองของรายการ (ดูตารางถัดไป) | สถานะการจองของแต่ละรายการ | สถานะ | เงื่อนไข | | --------- | -------------------------------- | | ครบ | จำนวนที่จองได้ = จำนวนที่ต้องจอง | | ไม่ครบ | จำนวนที่จองได้ < จำนวนที่ต้องจอง | | เกิน | จำนวนที่จองได้ > จำนวนที่ต้องจอง | Toggle เลือกประเภทสินค้าที่จะรวมเข้าการจอง | Toggle | ค่าตั้งต้น | รวมสินค้ากลุ่มใด | | -------------------------- | -------------- | -------------------------------- | | สินค้าดี (Goods) | เปิด | สินค้าปกติพร้อมขาย | | สินค้าคืนดี (Goods Return) | เปิด | สินค้าที่รับคืนมาและอยู่ในสภาพดี | | สินค้าเสียหาย (Damage) | ปิด | สินค้าที่มีความเสียหาย | | สินค้าพัก (Hold) | ปิด | สินค้าที่ถูกพักไว้ | ต้องเปิด Toggle ไว้อย่างน้อย 1 ตัวเสมอ จึงจะจองได้ ปุ่มยืนยันมี 2 แบบ | ปุ่ม | ผลที่เกิด | | ----------------------------------- | ----------------------------------------------------------------------------------- | | ยืนยันการจอง | จองสินค้าและบันทึกผล โดยยังไม่ออกเอกสารหยิบ (เหมาะเมื่อต้องการพิมพ์ใบหยิบภายหลัง) | | ยืนยันการจอง และออกเอกสารหยิบสินค้า | จองสินค้า + เปิด Pop-up พิมพ์ใบหยิบทันที แล้วเปลี่ยนสถานะเป็น "กำลังหยิบ (Picking)" | 2. จองอัตโนมัติ (จากหน้ารายการเอกสาร) ใช้เมื่อต้องการให้ระบบจองให้เองตามกลยุทธ์ในเอกสาร โดยไม่ต้องเข้าหน้าจอจองทีละใบ 1. เข้าเมนู ขาออก > ปล่อยสินค้า แล้วหาเอกสารที่ต้องการ 2. คลิก จุด 3 จุด หน้ารายการ — ระบบแสดงคำสั่งเพิ่มเติม 3. เลือก จองอัตโนมัติ ระบบแสดง Pop-up ให้ยืนยัน — คลิก ตกลง → ผล: ระบบจองสินค้าให้อัตโนมัติตามกลยุทธ์ที่ระบุในแต่ละรายการของเอกสาร 3. จองสินค้าบางส่วน (Partial Allocation) ใช้เมื่อสินค้าในคลังมีไม่ครบตามจำนวนที่ต้องการ แต่ยังต้องการจองเท่าที่มี 1. ทำตามขั้นตอนข้อ 1 (ข้อ 1–4) จนเข้าหน้าจอจองสินค้า 2. คลิก ยืนยันการจอง — ระบบแสดง Pop-up แจ้งว่าสินค้ายังถูกจองไม่ครบทุกชิ้น 3. หากต้องการจองเท่าที่มี ให้คลิก ตกลง → ผล: เอกสารเปลี่ยนสถานะเป็น "จองสินค้าบางส่วน (PAR ALLOCATED)" และจำนวนที่ยังจองไม่ได้จะถูกแยกไว้ใน Pick Batch ถัดไปเพื่อจองต่อเมื่อมีสินค้าเข้ามาเติม ข้อควรรู้: ระบบจองเป็นจำนวนเต็มหน่วยเสมอ (เช่น ต้องจอง 1 หน่วย ไม่ใช่ 0.3 หน่วย) 4. กรณีสินค้าคงคลังไม่เพียงพอต่อการจอง (Out Of Stock) หากดำเนินการจองแล้วระบบตรวจพบว่าไม่มีสินค้าในคลังตรงตามเงื่อนไขการจอง (กลยุทธ์ + Toggle ประเภทสินค้าที่เลือก) เอกสารจะขึ้นสถานะ "Out Of Stock" และดำเนินการต่อไม่ได้ แนวทางแก้ไข เช่น เติมสินค้าเข้าคลัง, ปรับ Toggle ประเภทสินค้าให้รวมกลุ่มอื่น, หรือพักเอกสารไว้รอสินค้า (ตรวจสอบแนวทางกับหน้าจอจริง) การยกเลิกการจองสินค้าที่ใบงานปล่อยสินค้าโดยตรง (De-Allocation) การยกเลิกการจองสินค้า คือการถอยสถานะการจองของใบงานปล่อยสินค้า เพื่อคืนสินค้ากลับเข้าคลัง ให้เอกสารอื่นนำสินค้านั้นไปจองต่อได้ ภาพรวมกระบวนการขาออก (คู่มือฉบับนี้เป็นการถอยกลับจากขั้นจองสินค้า) [ สร้างเอกสาร ] ← [ ▶ ยกเลิกการจอง ] ← [ จองสินค้า ] → [ หยิบสินค้า ] → [ แพ็ก ] → [ ปล่อย/ส่งออก ] → [ ปิดงาน ] เข้าใช้งาน: เมนู ขาออก > ปล่อยสินค้า (Outbound > Direct Shipment Order) หมายเหตุสำคัญ: เมื่อยกเลิกการจอง สินค้าจะถูกคืนกลับคลังทันที — ยอด "จองแล้ว (Allocated)" กลับเป็น 0 และ "สินค้าพร้อมปล่อย (Available)" เพิ่มขึ้นทันที (มีผลกับจำนวนสินค้าคงคลังทันที) สิ่งที่ต้องเตรียมก่อน: มีใบงานปล่อยสินค้าที่จองสินค้าไปแล้ว 1. ถอยสถานะทีละเอกสาร (จากหน้ารายการ) 1. เข้าเมนู ขาออก > ปล่อยสินค้า แล้วหาเอกสารที่ต้องการถอยสถานะ 2. คลิก จุด 3 จุด หน้ารายการ — ระบบแสดงคำสั่งเพิ่มเติม 3. นำเมาส์ไปวาง (hover) ที่ ถอยสถานะ ระบบจะแสดงปลายทางให้เลือก 2 แบบ (ดูตารางด้านล่าง) 4. เลือกสถานะปลายทางที่ต้องการให้เอกสารย้อนกลับ 5. ระบบแสดง Pop-up ให้ยืนยัน — คลิก ตกลง → ผล: ระบบถอยสถานะเอกสารและคืนสินค้ากลับคลังทันที ปลายทางการถอยสถานะ | ปลายทาง | ผลที่เกิด | | --------------------------------- | --------------------------------------------------------------------------------------- | | สู่สถานะ รายการใหม่ (OPENED) | เอกสารกลับไปเป็น "รายการใหม่" พร้อมจองใหม่ได้ และระบบบังคับคืนสินค้ากลับที่เดิมเสมอ | | สู่สถานะ ยกเลิกรายการ (CANCELLED) | เอกสารถูกยกเลิก พร้อมคืนสินค้ากลับคลัง | ข้อควรรู้: การจองสินค้าได้ตัดสินค้าที่พร้อมใช้งานออกจากคลังไปแล้ว ดังนั้นเมื่อถอยสถานะ ระบบจึงต้องคืนสินค้ากลับเข้าที่เดิมเสมอ และจะกระทบจำนวนสินค้าคงคลังทันที 2. ถอยสถานะทีละหลายเอกสาร (จากหน้ารายการ) ใช้เมื่อต้องการถอยสถานะหลายเอกสารพร้อมกัน 1. เข้าเมนู ขาออก > ปล่อยสินค้า แล้วเปิด ค้นหาขั้นสูง 2. เลือกสถานะเอกสารเป็น จองแล้ว — ระบบกรองแสดงเฉพาะเอกสารสถานะนี้ 3. ติ๊ก Checkbox หน้ารายการที่ต้องการถอยสถานะทั้งหมด 4. คลิก เพิ่มเติม ด้านบนตาราง — ระบบแสดงคำสั่งเพิ่มเติม 5. นำเมาส์ไปวาง (hover) ที่ ถอยสถานะ แล้วเลือกปลายทาง (สู่สถานะ รายการใหม่ หรือ สู่สถานะ ยกเลิกรายการ) 6. ระบบแสดง Pop-up ให้ยืนยัน — คลิก ตกลง → ผล: ระบบถอยสถานะเอกสารที่เลือกทั้งหมด พร้อมคืนสินค้ากลับคลัง ข้อควรรู้: การถอยสถานะหลายเอกสารพร้อมกัน ควรเลือกเฉพาะเอกสารที่อยู่ในสถานะตั้งต้นเดียวกันทั้งหมด 3. ยกเลิกการจองภายในใบงาน (แท็บจองสินค้า) ใช้เมื่อต้องการยกเลิกการจองทั้งหมดของเอกสารใบเดียว โดยทำจากภายในใบงาน 1. เข้าเมนู ขาออก > ปล่อยสินค้า แล้วเปิดเอกสารที่ต้องการ — ทำได้เฉพาะเอกสารสถานะ "จองแล้ว (ALLOCATED)" เท่านั้น 2. เลือกแท็บ จองสินค้า (Allocation) 3. คลิก ตัวเลือกเพิ่มเติม (จุด 3 จุด) มุมบนขวา 4. เลือก ยกเลิกการจอง (De-Allocation) → ผล: ระบบยกเลิกการจองทั้งหมดของเอกสารนี้ และคืนสินค้ากลับคลัง ให้เอกสารอื่นนำสินค้ามาจองต่อได้ ข้อควรรู้: เงื่อนไขสถานะที่ถอย/ยกเลิกการจองได้ในแต่ละช่องทางอาจต่างกัน (ตรวจสอบกับหน้าจอจริง) ขั้นตอนถัดไป - การหยิบสินค้า (Picking)
ตั้งค่าการจัดการข้อมูลสินค้า
การจัดการข้อมูลสินค้า (Master SKU) SKU (Stock Keeping Unit) คือข้อมูลสินค้าหลักของระบบ — สินค้าทุกชิ้นที่เคลื่อนไหวในคลัง ทั้งการรับเข้า จัดเก็บ หยิบ และจัดส่ง ล้วนอ้างอิงจาก SKU ที่สร้างไว้ในหน้านี้ หน้าจอเดียวกันนี้ใช้บันทึกข้อมูลสินค้าได้ครบทุกด้าน ตั้งแต่ข้อมูลทั่วไป ขนาด/น้ำหนัก บาร์โค้ด ไปจนถึงเงื่อนไขการจัดเก็บและสินค้าชุด (BOM) โดยแบ่งเป็นแท็บ เข้าใช้งาน: เมนู ตั้งค่า > สินค้า (Setting > SKU) 1. การสร้างสินค้าใหม่ (Create SKU) การสร้าง SKU ทำผ่านฟอร์มที่แบ่งเป็นหลายแท็บ ให้กรอกแท็บแรก (รายละเอียด) ให้ครบก่อน แล้วจึงไปกรอกแท็บอื่นตามความจำเป็น 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > สินค้า 2. คลิก เพิ่มรายการใหม่ (Add New) — ระบบเปิดฟอร์มกรอกข้อมูลทางด้านขวา 3. ที่แท็บ รายละเอียด (Detail) กรอกข้อมูลหลักของสินค้า - เลือก เจ้าของสินค้า (Storer) (แสดงเฉพาะระบบที่ให้บริการแบบหลายเจ้าของสินค้า / 3PL) - ระบุ รหัสสินค้า (SKU Code) และ ชื่อสินค้า (SKU Description) - เลือก ประเภทพื้นที่จัดเก็บ, กลุ่มบริการการจัดเก็บ และ ประเภทสินค้า - อัปโหลดรูปสินค้าได้หากต้องการ 1. กรอกข้อมูลในแท็บอื่นตามความจำเป็นและที่ระบบต้องการขั้นต่ำ (ดู ตารางสรุปแท็บ ด้านล่าง) 2. คลิก บันทึก (Save) → ผล: ระบบบันทึกสินค้าใหม่และแสดงในรายการ ข้อควรรู้ - รหัสสินค้า (SKU Code) ห้ามซ้ำกันภายในเจ้าของสินค้า (Storer) เดียวกัน - ช่องที่มี **เครื่องหมาย *** หรือ ตัวอักษรสีแดง คือช่องบังคับ ต้องกรอกก่อนจึงบันทึกได้ - ปริมาตร ระบบคำนวณให้อัตโนมัติจากกว้าง × ยาว × สูง ไม่ต้องกรอกเอง ตารางสรุปแท็บในฟอร์ม | แท็บ | ใช้ทำอะไร | จุดสำคัญ | | --------------------------- | --------------------------------------- | -------------------------------------------------------------------------------------------------------- | | รายละเอียด (Detail) | ข้อมูลหลักของสินค้า | รหัส, ชื่อ, ประเภทพื้นที่จัดเก็บ, รูปสินค้า (ช่องบังคับส่วนใหญ่อยู่ที่นี่๗ | | ขนาด (Size) | ขนาดและน้ำหนักต่อหน่วยบรรจุ | กว้าง/ยาว/สูง, น้ำหนักสุทธิ/รวม, รองรับหลายระดับบรรจุ (เช่น ชิ้น → กล่อง → พาเลท); ปริมาตรคำนวณอัตโนมัติ | | บาร์โค้ด (Barcode) | ผูกบาร์โค้ดเข้ากับหน่วยบรรจุ | เพิ่ม/แก้ไข/พิมพ์ฉลาก/ลบ บาร์โค้ดได้; ระบบเตือนหากบาร์โค้ดซ้ำ | | เงื่อนไขจัดการ (Condition) | กลยุทธ์จัดเก็บ-หยิบ และระดับสต็อก | กลยุทธ์ Putaway/Pick/Replenishment, รอบเวลานำ (Lead Time), สต็อกสูงสุด, อายุสินค้าขั้นต่ำ | | สินค้าชุด (BOM) | กำหนดสินค้าที่ประกอบจากสินค้าลูกหลายตัว | ใช้เมื่อเปิด Toggle BOM; ระบุสินค้าลูก + จำนวนต่อชุด | | อื่น ๆ (Other) | ฟิลด์กำหนดเอง + หมายเหตุ | ช่องเพิ่มเติมที่ตั้งค่าได้ตามเจ้าของสินค้า | คำอธิบาย Toggle ในแท็บรายละเอียด | Toggle | เมื่อเปิด | | -------------------- | --------------------------------------------------------------- | | เปิดใช้งาน (Active) | สินค้าพร้อมใช้งานในระบบ หากปิด สินค้าจะถูกระงับไม่ให้เคลื่อนไหว | | สินค้าชุด (BOM) | ทำเครื่องหมายว่าสินค้านี้เป็นสินค้าชุด และเปิดให้กรอกแท็บ BOM | เกี่ยวกับช่องที่คำนวณอัตโนมัติ: ในแท็บเงื่อนไข ช่องอย่าง ปริมาณการใช้เฉลี่ยต่อวัน, สต็อกขั้นต่ำ และ จำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำ เป็นช่องที่ระบบคำนวณให้จากประวัติการเคลื่อนไหว — แก้ไขเองไม่ได้ 2. การนำเข้าข้อมูล (Import) ใช้เมื่อต้องการสร้างหรือปรับปรุงสินค้าจำนวนมากพร้อมกัน หน้านำเข้าจะแยกข้อมูลเป็นหลายชีต (เช่น รายละเอียด, ขนาด, บาร์โค้ด, BOM ฯลฯ) แต่ขั้นตอนการใช้งานเหมือนกัน 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > สินค้า → คลิก นำเข้าข้อมูล (Import) 2. เลือก เจ้าของสินค้า (Storer) แล้วคลิก ถัดไป (Next) (แสดงเฉพาะระบบแบบหลายเจ้าของสินค้า) 3. สามารถดาวน์โหลด Excel Template จากเมนู จุด 3 จุด มุมขวาบน 4. กรอกข้อมูลในแต่ละชีต — ช่องที่จำเป็นจะมี หัวคอลัมน์สีแดง กำกับ 5. ตั้งค่า Toggle ตามต้องการ (ดูตารางด้านล่าง) 6. คลิก บันทึก (Save) เพื่อเก็บเป็นร่างไว้แก้ภายหลัง หรือคลิก นำเข้า (Import) เพื่อนำเข้าจริง → ผล: ระบบตรวจสอบข้อมูล แล้วแสดง Pop-up สรุปผลการนำเข้า (จำนวนที่สร้าง/อัปเดต/ล้มเหลว) เคล็ดลับ: แนะนำให้กรอกข้อมูลใน Excel Template ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยคัดลอก (Copy) มาวางในตารางทีเดียว คำอธิบาย Toggle ในหน้า Import | Toggle | เมื่อเปิด | | ---------------------------------------------------------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- | | หยุดการนำเข้าทั้งหมด หากติดปัญหาบางรายการ (Stop import if error found) | หากมีแถวใดผิด ระบบหยุดนำเข้าทั้งหมดทันที — ไม่นำเข้าแถวใดเลย (หากปิด จะนำเข้าเฉพาะแถวที่ถูกต้อง แล้วแจ้ง Error เฉพาะแถวที่มีปัญหา) | หากนำเข้าข้อมูลซ้ำกับสินค้าเดิมในระบบ ระบบจะอัปเดตรายการเดิมตามข้อมูลจากการนำเข้าครั้งล่าสุด 3. การแก้ไขสินค้า (Edit) 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > สินค้า 2. ค้นหาและคลิกที่แถวของสินค้าที่ต้องการ — ระบบเปิดฟอร์มทางด้านขวา 3. เลือกแท็บที่ต้องการแก้ไข แล้วแก้ข้อมูลในช่องนั้น 4. คลิก บันทึก (Save) → ผล: ระบบบันทึกการแก้ไขสำเร็จ 4. การเปิด/ปิดการใช้งานสินค้า (Active / Unactive) หน้านี้ใช้การ เปิด/ปิดสถานะ แทนการลบสินค้า เพื่อรักษาประวัติการเคลื่อนไหวไว้ สินค้าที่ปิดการใช้งานจะไม่ถูกนำไปใช้ในงานใหม่ 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > สินค้า 2. ติ๊กเลือกสินค้าที่ต้องการ (เลือกได้หลายรายการพร้อมกัน) — ระบบแสดงจำนวนรายการที่เลือกไว้ด้านบน 3. เปิดเมนูจัดการ แล้วเลือก เปิดใช้งาน (Active) หรือ ปิดใช้งาน (Unactive) → ผล: ระบบเปลี่ยนสถานะของสินค้าที่เลือกทั้งหมด หากต้องการยกเลิกการเลือก คลิก ยกเลิกการเลือก (Cancel Selection) 5. การส่งออกข้อมูล (Export Excel) ใช้เมื่อต้องการนำข้อมูลสินค้าออกไปตรวจสอบหรือเก็บเป็นไฟล์ ระบบส่งออกเป็นไฟล์ Excel แบบหลายชีต (ข้อมูลหลัก, ขนาด, บาร์โค้ด, ราคา, การขนส่ง, BOM, ตำแหน่งจัดเก็บเริ่มต้น, กลยุทธ์) 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > สินค้า 2. (ถ้าต้องการ) ค้นหาหรือกรองเฉพาะรายการที่ต้องการส่งออก 3. คลิกปุ่ม ส่งออกเอ็กเซล (Export Excel) แล้วเลือก - ส่งออกเอ็กเซล (Export Excel) — เฉพาะหน้าที่แสดงอยู่ - ส่งออกเอ็กเซลทั้งหมด (Export Excel All) — ทุกรายการทุกหน้า → ผล: ระบบดาวน์โหลดข้อมูลสินค้าออกมาเป็นไฟล์ Excel