Setting Storer Default สามารถตั้งค่าแยกการทำงานออกเป็น 9 ส่วนดังนี้
-
General
สำหรับกำหนดข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการใช้อ้างอิงจากระบบอื่นแบบไดนามิก หรือข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการเพิ่มเติมจากที่ระบบ MOLOG ให้ รวมถึงการควบคุมจำนวนหลักในระบบ
-
Job Control
เป็นการตั้งค่าเพื่อกำหนดแนวทางการทำงานต่าง ๆ ของระบบ ให้ระบบดำเนินการโดยอัติโนมัติเมื่อตรงตามเงื่อนไข
-
Footer Report
เป็นการตั้งค่าเพื่อให้รายงานต่าง ๆ ในระบบระบุส่วนท้ายรายงานตามการตั้งค่า
-
SKU User Defined
สำหรับระบุข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม และสามารถกำหนดค่าเพื่อแสดงข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้บนข้อมูลอื่นๆ เช่น การตรวจสอบสต็อกสินค้า เป็นต้น
-
Receive User Defined
สำหรับระบุข้อมูลขาเข้าเพิ่มเติม และสามารถกำหนดค่าเพื่อแสดงข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้บนข้อมูลอื่นๆ เช่น การแสดงข้อมูลในเอกสารรับเข้าส่วนที่เป็นรายการสินค้า เป็นต้น
-
Release User Defined
สำหรับระบุข้อมูลขาออกเพิ่มเติม และสามารถกำหนดค่าเพื่อแสดงข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้บนข้อมูลอื่นๆ เช่น การแสดงข้อมูลในเอกสารปล่อยสินค้าส่วนที่เป็นรายการสินค้า เป็นต้น
-
Pack Strategy
สำหรับกำหนดเงื่อนไขการเรียกใช้กลยุทธ์การบรรจุ เช่น ของขวัญ รายงาน ฯลฯ
-
Sequence Strategies
สำหรับหมายเลขต่อเนื่อง ที่สามารถกำหนดเป็นรูปแบบพิเศษได้
-
Pallet and Lot Control
สำหรับควบคุมล็อต พาเลท และกล่อง เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับรูปแบบข้อมูลที่ต้องการ
1. Setting General
-
กำหนด Customer Reference Receive ได้ 4 รายการ
-
กำหนดให้ Customer Reference Receive ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้าเป็นข้อมูล Unique ในระบบ
-
กำหนดให้ Customer Reference Receive ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า ไม่ต้องระบุได้
-
กำหนดให้ Customer Reference Receive ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุให้มีการแจ้งเตือนได้
-
กำหนดให้ Customer Reference Receive ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุไม่สามารถดำเนินการใดต่อได้
-
-
กำหนด Customer Reference Release ได้ 4 รายการ
-
กำหนดให้ Customer Reference Release ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้าเป็นข้อมูล Unique ในระบบ
-
กำหนดให้ Customer Reference Release ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า ไม่ต้องระบุได้
-
กำหนดให้ Customer Reference Release ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุให้มีการแจ้งเตือนได้
-
กำหนดให้ Customer Reference Release ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุไม่สามารถดำเนินการใดต่อได้
-
-
สามารถกำหนด Label ของ Customer Reference Receive และ Customer Reference Release เหมือนกันได้
-
กำหนด Digit Control ให้กับ Qty ได้ และจะมีผลกับข้อมูล QTY ทุกจุดในระบบ
-
กำหนด Digit Control ให้กับ Volume ของ SKU ได้ และจะมีผลกับข้อมูล Volume ทุกจุดในระบบ
-
กำหนด Digit Control ให้กับ Gross Weight ของ SKU ได้ และจะมีผลกับข้อมูล Gross Weight ทุกจุดในระบบ
-
กำหนด Digit Control ให้กับ Net Weight ของ SKU ได้ และจะมีผลกับข้อมูล Net Weight ทุกจุดในระบบ
-
กำหนด Digit Control ให้กับ Length ของ SKU ได้ และจะมีผลกับข้อมูล Length ทุกจุดในระบบ
-
เปิด/ปิดใช้งาน Customer Reference Receive / Customer Reference Release ได้พร้อมกัน
2. Setting Job Control
-
กำหนดให้ดึงเอกสารเข้าระบบ WMS มาเป็นสถานะ Draft เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนได้
-
เปิดใช้งานให้ระบบเปลี่ยนสถานะเอกสารจาก OPENED เป็น ALLOCATED อัตโนมัติ เมื่อมีการเปิดใช้งาน Draft เท่านั้น
-
เปิดใช้งานให้ระบบเปลี่ยนสถานะเอกสารจาก OPENED เป็น PICKED อัตโนมัติ เมื่อมีการเปิดใช้งาน Draft เท่านั้น
ข้อ 2 และ 3 ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
-
เปิดใช้งานให้ระบบเปลี่ยนสถานะเอกสารเป็น CLOSED อัตโนมัติ เมื่อมีการหยิบ (PICKED) สินค้าครบแล้ว
-
เปิดใช้งานให้ระบบเปลี่ยนสถานะเอกสารเป็น CLOSED อัตโนมัติ เมื่อมีการแพ็ก (PACKED) สินค้าสำเร็จแล้ว
ข้อ 4 และ 5 ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
-
เปิดอนุญาตให้ทำการสแกนโหลดสินค้าขึ้นรถ (Scan Out) น้อยกว่าจำนวนสินค้าที่หยิบมา ตั้งแต่ 1-99%
-
เปิดอนุญาตให้ทำการรับสินค้าเข้ามากกว่าจำนวนสินค้าในเอกสารรับสินค้าล่วงหน้า ตั้งแต่ 1-99%
-
เปิดอนุญาตให้ทำการรับสินค้าเข้าน้อยกว่าจำนวนสินค้าในเอกสารรับสินค้าล่วงหน้า ตั้งแต่ 1-99%
-
เปิดใช้งาน ส่งอีเมลอัตโนมัติหลังสถานะการปล่อยสินค้าเป็น ALLOCATED
-
เปิดใช้งาน พักสินค้าทันทีเมื่อกำลังรับสินค้า พร้อมระบุเหตุผลการพักสินค้า
3. Setting SKU User Defined
-
สามารถกำหนดข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ทั้งหมด 10 รายการ
-
หลังจากกำหนดแล้วข้อมูลจะแสดงผลที่ Master SKU, Inventory Enquiry, Cycle Count, Inventory History, Traceability และ report ที่เกี่ยวข้อง
-
สามารถกำหนด Data Type ของข้อมูลเป็น Text หรือ Base Customize (Dropdown) ได้
4. Setting Receive User Defined
-
สามารถกำหนดข้อมูลรับเข้าเพิ่มเติมส่วน Header เอกสารได้ทั้งหมด 16 รายการ และส่วน Item เอกสารรับเข้าได้ทั้งหมด 30 รายการ
-
หลังจากกำหนดแล้วข้อมูลจะแสดงผลที่ ASN, Goods Receipt, Request Return, Goods Receipt Return, Inventory Enquiry, Inventory History, Traceability, PSO, DSO และ report ที่เกี่ยวข้อง
-
สามารถกำหนด Data Type ของข้อมูลเป็น Text หรือ Base Customize (Dropdown) ได้
5. Setting Release User Defined
-
สามารถกำหนดข้อมูลปล่อยสินค้าเพิ่มเติมส่วน Header เอกสารได้ทั้งหมด 16 รายการ และส่วน Item เอกสารปล่อยสินค้าได้ทั้งหมด 30 รายการ
-
หลังจากกำหนดแล้วข้อมูลจะแสดงผลที่ Load Planning, PSO, DSO, Inventory Enquiry, Inventory History, Traceability และ report ที่เกี่ยวข้อง
-
สามารถกำหนด Data Type ของข้อมูลเป็น Text หรือ Base Customize (Dropdown) ได้
6. Setting Pack Strategy
-
เลือกผูก Pack strategy กับ Warehouse ต่าง ๆ ในระบบได้ที่นี่
-
จำเป็นต้องมี Master Pack Strategy ก่อนเสมอ
-
ไม่จำเป็นต้องเลือกผูก Pack Strategy กับ Warehouse ที่ใช้เข้าสู่ระบบ แต่จำเป็นต้องมีสิทธิ์ในการตั้งค่าและเข้าถึง Warehouse ต่าง ๆ
7. Setting Sequence Strategies
-
สามารถตั้งค่าไว้เพื่อใช้กับการรันหมายเลขต่อเนื่องของพาเลท / ล็อต / กล่อง
-
สามารถเพิ่ม / ลบ Strategies ที่ตั้งค่าไว้ได้ตลอดเวลา
-
เลือก Product Type แบบเต็มเป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
เลือก Product Type เพียง 1 ตัวอักษรด้านหน้า เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
เลือก Storage Type แบบเต็มเป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
เลือก Storage Type เพียง 1 ตัวอักษรด้านหน้า เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่ปัจจุบันใน Format YYYYMMDD เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่ปัจจุบันใน Format YYYYMMDDHHmmss เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่ปัจจุบันใน Format DDMMYYYY เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่หมดอายุของตัวสินค้า Format YYYYMMDD เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่หมดอายุของตัวสินค้า Format DDMMYYYY เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่ผลิตของตัวสินค้า Format YYYYMMDD เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่ผลิตของตัวสินค้า Format DDMMYYYY เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่ผลิตของตัวสินค้า Format DD เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่ผลิตของตัวสินค้า Format MM เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่ผลิตของตัวสินค้า Format YY เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่รับสินค้าเข้าระบบ Format YYYYMMDD เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่รับสินค้าเข้าระบบ Format DDMMYYYY เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
กำหนดให้ใช้วันที่รับสินค้าเข้าระบบ Format YYYYMMDDHHmmss เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
เลือก Receive Header User Defined 1-16 เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ หากมีการตั้งค่า Receive Header User Defined ไว้
-
เลือก Receive Item User Defined 1-30 เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ หากมีการตั้งค่า Receive Item User Defined ไว้
-
เลือก Customer Reference Receive 1-4 เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ หากมีการตั้งค่า Customer Reference Receive ไว้
-
เลือก Lot No เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
ไม่สามารถนำ Seq Strategy ที่เลือก Lot No มาเป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องไปใช้กับ Lot ได้ (ใช้ได้แค่กับการรันเลขพาเลท / เลขกล่อง เท่านั้น)
-
เลือก Supplier Code เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
เลือก SKU Code เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
เลือก Pallet เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
ไม่สามารถนำ Seq Strategy ที่เลือก Pallet มาเป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องไปใช้กับ Pallet ได้ (ใช้ได้แค่กับการรันเลขล็อต / เลขกล่อง เท่านั้น)
-
เลือก Carton เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้
-
ไม่สามารถนำ Seq Strategy ที่เลือก Carton มาเป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องไปใช้กับ Carton ได้ (ใช้ได้แค่กับการรันเลขพาเลท / เลขล็อต เท่านั้น)
-
เลือก Customize Running Number ได้
การ Set Customize Running Number สามารถ Set ได้ดังนี้
-
กำหนดชื่อ Running Number ที่ต้องการ
-
กำหนด Digit ของ Running Number ที่ต้องการ
-
เปิด Extend
-
ระบุ Field ในระบบที่ต้องการนำเป็นประกอบเป็น Running Number โดยระบบจะนำเฉพาะตัวเลขที่ถูกกรอกลง Field นั้นมาเท่านั้น สามารถระบุได้ทั้งหมด 7 รายการ
เช่น เลือก Field Customer Reference Receive 1 (ใส่เป็น Label ที่ตั้งไว้ตอนแรก) เมื่อระบบตรวจพบว่า Field Customer Reference Receive 1 ของเอกสารเป็นค่า PO260217 ระบบจะนำเพียง 260217 มาเป็น Running Number ตามจำนวน Digit ที่กำหนดไว้ที่ข้อ 2 เท่านั้น
-
8. Setting Pallet and Lot Control
-
ในการตั้งค่าจะใช้ข้อมูลส่วนหนึ่งร่วมกับ Module Sequence Strategies
-
หากไม่ได้ทำการ Set Sequence Strategies มาก่อน ส่วน Sequence Strategies จะเป็นค่าตั้งต้นของระบบ คือ 0000000001 ถึง 9999999999
-
เปิดให้ระบบตรวจสอบความ Unique ของ Lot No ได้
-
กำหนดให้ Lot No ไม่ต้องระบุได้
-
กำหนดให้ Lot No เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุให้มีการแจ้งเตือนได้
-
กำหนดให้ Lot No เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุไม่สามารถดำเนินการใดต่อได้
-
การควบคุมล็อตที่ตั้งค่าในส่วนนี้จะมีผลแค่กับเอกสาร Inbound เท่านั้น
-
เลือก Sequence Strategies ที่สร้างไว้ก่อนหน้า ให้กับ Lot No ได้
-
เปิดให้รับพาเลทเข้าคลัง ซ้ำกับเลขพาเลทที่อยู่ในคลังได้
-
กำหนดให้ Pallet ไม่ต้องระบุได้
-
กำหนดให้ Pallet เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุให้มีการแจ้งเตือนได้
-
กำหนดให้ Pallet เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุไม่สามารถดำเนินการใดต่อได้
-
การควบคุมพาเลทที่ตั้งค่าในส่วนนี้จะมีผลแค่กับเอกสาร Inbound เท่านั้น
-
เลือก Sequence Strategies ที่สร้างไว้ก่อนหน้า ให้กับ Pallet ได้
-
กำหนดให้ Carton ไม่ต้องระบุได้
-
กำหนดให้ Carton เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุให้มีการแจ้งเตือนได้
-
กำหนดให้ Carton เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุไม่สามารถดำเนินการใดต่อได้
-
การควบคุมเลขกล่องที่ตั้งค่าในส่วนนี้จะมีผลแค่กับเอกสาร Inbound เท่านั้น
-
เลือก Sequence Strategies ที่สร้างไว้ก่อนหน้า ให้กับ Carton ได้