การย้ายสินค้าภายในคลัง (Move)

A

Appsupport Th

Last updated on Jun 25, 2026

การย้ายสินค้าภายในคลัง (Move)

เนื้อหาที่ครอบคลุม: ย้ายสินค้าทีละหลายรายการ (Inventory Operate > Move) · ย้ายสินค้าอย่างง่าย (Inventory Enquiry) · การเติมสินค้าอัตโนมัติ (Replenishment) · การยกเลิกเอกสาร Move

ขอบเขต: การใช้งานผ่านหน้าเว็บเท่านั้น

ภาพรวมการย้ายสินค้าในคลัง

การย้ายสินค้า (Move) คือการเปลี่ยนตำแหน่งจัดเก็บสินค้าจากพื้นที่หนึ่งไปยังพื้นที่อื่นภายในคลังเดียวกัน โดยระบบรองรับ 3 ช่องทาง:

ช่องทาง เหมาะกับ
จัดการสินค้าคงคลัง > ย้ายสินค้าในคลัง (Inventory Operate > Move) ย้ายทีละหลายรายการ, ระบุ Pallet/Carton/Lot เฉพาะเจาะจง, ทำงานเป็นชุด (Batch)
สินค้าคงคลัง > ตรวจสอบสินค้าคงคลัง (Inventory Enquiry) ย้ายอย่างง่ายทีละ 1 รายการ ทันที จากหน้าตรวจสอบสต็อก
การเติมสินค้าอัตโนมัติ (Replenishment) ระบบสร้างใบงานย้ายให้อัตโนมัติ เมื่อสินค้าในพื้นที่หยิบ (Pick Face) ใกล้หมด

วงจรสถานะเอกสาร Move

สถานะ ความหมาย
OPENED (รายการใหม่) สร้างเอกสารสำเร็จ — รอดำเนินการ
WAIT MOVE (รอการย้าย) รอเจ้าหน้าที่คลังสแกนย้ายจริงผ่าน Handheld
MOVING กำลังสแกนย้ายอยู่บน Handheld
COMPLETED (สำเร็จ) ย้ายเสร็จสมบูรณ์ — ไม่สามารถยกเลิกได้อีก
CANCELED ถูกยกเลิก

1. ย้ายสินค้าทีละหลายรายการผ่านการจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Operate > Move)

ใช้เมื่อต้องการสร้างใบงานย้ายสินค้าหลายรายการในใบเดียว หรือต้องการระบุ Pallet/Carton/Lot ที่เฉพาะเจาะจง

1.1 ขั้นตอนการใช้งาน

  1. หลังจากเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ไปที่เมนู "จัดการสินค้าคงคลัง > ย้ายสินค้าในคลัง (Inventory Operate > Move)"

  2. เลือก "เพิ่มรายการใหม่ (New)" เพื่อเข้าสู่หน้าจอระบุข้อมูลพื้นฐาน

    • หน้าจอจะแสดงข้อมูล Storer (กรณีลูกค้าเป็นผู้ให้บริการคลังสินค้า 3PL) และข้อมูล คลังสินค้า (Warehouse)
  3. เลือก ประเภทเอกสาร (Document Type) ที่ต้องการจากรายการที่ตั้งค่าไว้

    📌 หากมีการตั้งค่า "ประเภทเอกสารตั้งต้น (Default Document Type)" ไว้ ระบบจะเลือกให้อัตโนมัติก่อน — ยังคลิกเปลี่ยนเป็นประเภทเอกสารอื่นได้เสมอ

  4. กด "ถัดไป (Next)" เพื่อเข้าสู่แท็บรายการ

  5. กด "เพิ่มรายการใหม่ (New)" เพื่อเลือกหรือค้นหารหัสสินค้า

    • คลิกที่ช่อง "รหัสสินค้า" ระบบจะแสดงรายการสินค้าทั้งหมดในระบบให้เลือก พร้อมข้อมูลประกอบ:

      • บาร์โค้ดสินค้า (SKU Barcode)

      • จำนวนสินค้าพร้อมใช้คงคลัง (Available QTY)

      • หน่วยของสินค้า (Pack Code)

    📌 ข้อมูลเหล่านี้ช่วยตรวจสอบความถูกต้อง โดยเฉพาะกรณีสินค้า 1 รหัสมีบาร์โค้ดมากกว่า 1 รหัส หรือต้องการย้ายสินค้าที่ Available Qty = 0

  6. (ไม่บังคับ) ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจง หากต้องการย้ายแบบจำกัดตัวเลือก:

    • หมายเลขพาเลท (Pallet ID)

    • หมายเลขกล่อง (Carton ID)

    • หมายเลขล็อต (Lot No)

  7. เลือก "จากพื้นที่จัดเก็บที่คาดว่าจะย้าย (Expect from location)" — ระบบเลื่อนตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บที่เปิดใช้งานอยู่ทั้งหมดมาให้เลือก

  8. ตรวจสอบคอลัมน์ "จากจำนวนสินค้าปัจจุบัน" — ระบบดึง Available Qty มาแสดงอัตโนมัติทันทีที่เลือก From Location (แก้ไขไม่ได้)

  9. เลือก "ไปยังพื้นที่จัดเก็บที่คาดว่าจะย้าย (Expect to location)" — ระบบเลื่อนตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บมาให้เลือก

  10. ระบุจำนวนสินค้าที่ต้องการย้ายในคอลัมน์ "จำนวน"

  11. กด "บันทึก" มุมบนขวามือ เพื่อสร้างเอกสารย้าย

  12. (ทำซ้ำข้อ 5–11 หากต้องการเพิ่มรายการย้ายสินค้าอื่นในใบงานเดียวกัน)

  13. เลือกวิธีดำเนินการต่อ:

    • กด "รอย้าย (Moving)" หากต้องการให้เจ้าหน้าที่คลังสแกนย้ายจริงผ่าน Handheld

    • กด "ดำเนินการ (Process)" หากต้องการย้ายแค่ข้อมูลสต็อกทันที โดยไม่ต้องสแกนจริง (เช่น กรณีรวบรวมสต็อกสูญหายก่อนย้ายเลขสต็อกในระบบ)

1.2 กรองค่า "จากจำนวนสินค้าปัจจุบัน" ตามข้อมูลที่ระบุ

เมื่อระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงเพิ่มในขั้นตอนที่ 6 ระบบจะกรองยอด "จากจำนวนสินค้าปัจจุบัน" ให้แคบลงตามนั้น:

ระบุข้อมูลเพิ่ม ผลลัพธ์
Pallet ID กรองเหลือเฉพาะ Qty ของ Pallet นั้นใน Location ที่เลือก
SKU กรองเหลือเฉพาะ Qty ของ SKU นั้นใน Location ที่เลือก
Lot No กรองเหลือเฉพาะ Qty ของ Lot นั้นใน Location ที่เลือก
(ไม่ระบุเพิ่ม) แสดง Available Qty ทั้งหมดของ Location ที่เลือก

1.3 ผลลัพธ์ที่ถูกต้องหลังบันทึกสำเร็จ

  • ระบบสร้างเอกสาร Move สถานะ OPENED

  • หน้า Inventory Enquiry แสดง Move Status, Move ID, Move Qty ของสินค้านั้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

⚠️ ห้ามเลือก From Location และ To Location เป็นที่เดียวกัน

⚠️ ระบุจำนวนเกิน Available Qty: ระบบแจ้ง Error และไม่อนุญาตให้บันทึกเอกสาร

⚠️ From Location ที่เลือกมีสต็อกเป็น 0: "จากจำนวนสินค้าปัจจุบัน" แสดง 0 และไม่สามารถสร้างใบงานย้ายได้


2. ย้ายสินค้าอย่างง่าย ผ่านเมนูตรวจสอบสินค้าคงคลัง (Inventory Enquiry)

ใช้เมื่อต้องการย้ายสินค้าทีละ 1 รายการอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องสร้างใบงานแยก — ย้ายเสร็จทันทีไม่ต้องผ่าน Handheld

ขั้นตอนการใช้งาน

  1. หลังจากเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ไปที่เมนู "สินค้าคงคลัง > ตรวจสอบสินค้าคงคลัง (Inventory > Enquiry)"

  2. ค้นหา/เลือกรายการสินค้าคงคลังที่ต้องการย้ายไปยังพื้นที่จัดเก็บใหม่

  3. นำเมาส์วางที่บรรทัดสินค้ารายการที่ต้องการ — ระบบแสดงตัวเลือกการทำงานเพิ่มเติม

  4. กด "ย้ายพื้นที่จัดเก็บ" — ระบบเปิด Pop-up แสดงข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการย้าย

    • หากเป็นสต็อกสินค้าดี → จำนวนที่ย้ายได้แสดงที่ "ข้อมูลเบื้องต้น > สินค้าดี"

    • หากเป็นสต็อกสินค้าพัก → จำนวนที่ย้ายได้แสดงที่ "ข้อมูลเบื้องต้น > สินค้าพัก"

  5. เลือก ประเภทเอกสาร (Document Type) ที่ต้องการ

    📌 หากมีการตั้งค่า "ประเภทเอกสารตั้งต้น (Default Document Type)" ไว้ ระบบจะเลือกให้อัตโนมัติก่อน — ยังเปลี่ยนได้เสมอ

  6. ระบุจำนวนสินค้าที่ต้องการย้าย

    📌 ระบบตั้งต้นจำนวนย้ายให้เท่ากับจำนวนสต็อกทั้งหมดที่ย้ายได้ — แก้ไขให้น้อยลงได้

  7. เลือก "ไปยังพื้นที่จัดเก็บ (To Location)" จากรายการพื้นที่จัดเก็บที่เปิดใช้งานอยู่

  8. กด "ตกลง"

ผลลัพธ์หลังกด "ตกลง"

กรณี ผลลัพธ์
ย้ายเต็มจำนวน ที่สามารถย้ายได้ รายการสต็อกเดิมเปลี่ยนตำแหน่งจัดเก็บทันที
ย้ายบางส่วน (Partial) ระบบสร้างรายการสินค้าคงคลังใหม่ 1 บรรทัดที่ Location ใหม่ แยกจากแถวเดิม

⚠️ ข้อจำกัดการย้ายสินค้าพัก: ย้ายได้เฉพาะกรณีที่ เหตุผลการพัก (Hold Reason) นั้นเปิดอนุญาตให้ย้าย (Allow Move) เท่านั้น


3. การเติมสินค้าอัตโนมัติ (Replenishment)

ระบบที่เติมเต็มสินค้าในพื้นที่หยิบ (Pick Face) โดยอัตโนมัติ เพื่อลดภาระเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบสต็อกขั้นต่ำเอง และเพิ่มประสิทธิภาพให้มีสินค้าพร้อมหยิบตลอดเวลา

ระบบจะตรวจสอบจำนวนสินค้าขั้นต่ำใน Pick Face และสร้างใบงานย้ายสินค้า (Move) รอไว้ พร้อมแจ้งเตือนไปยัง Handheld ให้อัตโนมัติ ก่อนสินค้าใน Pick Face จะหมด

ขั้นตอนการทำงานของระบบ — แบ่งเป็น 3 ส่วน

ส่วน หน้าที่
1. Utilities เปิด Module และตั้งค่าให้ระบบเริ่มทำงาน
2. WMS (Location Master) ตั้งค่า Pick Face ให้ระบบนำ Inventory ไปตรวจสอบจุดเติมทุก 15 นาที
3. Handheld แจ้งเตือนผู้ใช้งานที่ตั้งค่าไว้ ให้ไปสแกนย้ายสินค้าที่เมนู Scan Move

ขั้นตอนที่ 1: เปิดใช้งานระบบ Replenishment (Utilities)

  1. เข้าไปที่เมนู "Utilities"

  2. เลือก "สร้าง Rule"

  3. เลือก "การเติมสินค้า"

  4. กรอกรายละเอียด: ชื่อกฎ, รหัสคลังสินค้า และตรวจสอบ Storer ที่ต้องการใช้กฎให้ถูกต้อง

  5. เลือก Trigger เพื่อให้ Replenishment อ้างอิงข้อมูลในการเติมสินค้าจากแหล่งที่ต้องการ

  6. กด Action (ปุ่มบวกด้านล่าง)

  7. เลือก Action ที่ต้องการให้ Replenishment ทำการเติมสินค้า:

    • ย้ายสินค้า: สร้างใบงานย้ายจากพื้นที่จัดเก็บที่เตรียมการเติม (Reserved Face) มายัง Pick Face ที่ตั้งค่าไว้ อัตโนมัติ
  8. กด "บันทึก" เมื่อเลือก Action เรียบร้อยแล้ว

  9. กด "เปิดใช้งานกฎ" เพื่อให้ Rule นี้ถูกเรียกไปใช้งาน → กด "บันทึก" ด้านล่างอีกครั้งเพื่อสร้างกฎให้เสร็จสิ้น

  10. กลับมาหน้ารายการ Rule บน Utilities — กฎที่สร้างจะแสดงในรายการเรียบร้อย

ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่าใน Master Minimum Stock & Strategy

การตั้งค่า Minimum Stock ใน Location Master

  1. เข้าไปที่เมนู "พื้นที่จัดเก็บ (Location)"

  2. เลือกพื้นที่จัดเก็บที่เป็น Pick Face และต้องการตั้งค่าการเติมสินค้า

  3. กด เปิด ที่ Pick Face และเลือก Location Area = Picking Area เพื่อกำหนดเป็นพื้นที่สำหรับเติมสินค้า

    💡 Tips: หากกด ปิด ที่ Pick Face ระบบจะมองว่า Location นี้คือ Reserved Face (พื้นที่สำรอง ไม่ใช่จุดหยิบ)

  4. กำหนดค่าเงื่อนไขการเติมสินค้า:

    ค่า ความหมาย
    Value Max (CBM) พื้นที่นี้สามารถจัดเก็บได้ทั้งหมดกี่ CBM
    Value Fill up when Less (%) ถ้า Location นั้นมีสินค้าเหลือน้อยกว่า X% ของ Value Max ระบบจะสร้างใบงานย้ายให้
  5. กด "บันทึก" เพื่อจบการตั้งค่าการเติมสินค้าอัตโนมัติของพื้นที่จัดเก็บนี้

    📌 หากต้องการตั้งค่าผ่าน Import ให้กรอก 2 คอลัมน์ด้านหลังในไฟล์ (Value Max และ Value Fill up when Less)

การตั้งค่า Replenishment Pick Strategy ใน SKU Master

  1. เข้าไปที่เมนู "Master SKU"

  2. เลือก SKU ที่ต้องการแก้ไข

  3. คลิก Tab "Condition"

  4. กำหนด Replenishment Strategy ตามที่ต้องการ (เช่น FIFO)

📌 Replenishment Strategy คืออะไร: Picking Logic ที่ใช้เฉพาะกับงานสั่งย้ายไปเติมสินค้าจาก Module Replenishment ซึ่งอาจแตกต่างจาก Picking Logic ของงานขาย (Shipment) — จึงต้องกำหนดแยกออกมา

ขั้นตอนที่ 3: จัดส่ง, รับแจ้งเตือนการย้าย และทำการย้าย

สิ่งที่ต้องทราบก่อนใช้งาน:

  1. ระบบจะทำงานตรวจสอบทุก 15 นาที — หลังตั้งค่าครบขั้นที่ 1 และ 2 ต้องรอ 15 นาทีระบบจึงเริ่มทำงาน

  2. การคำนวณของระบบเป็นหน่วย CBM — สินค้าใน Stock ต้องกำหนด CBM ให้ถูกต้องก่อนใช้งาน Module นี้

  3. กรณีไม่เหลือสินค้าใน Pick Face แล้ว ระบบจะหา Stock จาก SKU ล่าสุดที่เคยอยู่ใน Pick Face นั้น

กระบวนการทำงาน:

  1. เริ่มทำการส่งสินค้าจาก Pick Face ออกไป จนถึงจุดต่ำสุดที่ตั้งค่าไว้

  2. เมื่อสินค้าในพื้นที่จัดเก็บเหลือน้อยกว่าจำนวน/เปอร์เซ็นต์ที่ตั้งค่าไว้ → ระบบสร้างใบงานย้ายจาก Reserve Face ที่เข้าเงื่อนไขมาที่ Pick Face นั้นอัตโนมัติ พร้อมส่ง Notification ไปยังบุคคลที่ตั้งค่าไว้ใน Utilities

  3. เจ้าหน้าที่ไปที่ Handheld > Scan Move เพื่อทำการย้ายสินค้าจริง

    • ระบบระบุ Reserve Face ที่ต้องไปหยิบ และ Location Pick Face ที่ต้องไปเติม ใน Scan Move Job (Expect Location From / Expect Location To)

ตัวอย่างโจทย์การคำนวณ Replenishment

ข้อมูลตั้งต้น ค่า
SKU-REPLEN-01 (ขนาด 10×10×10 cm) 0.001 CBM ต่อชิ้น
SKU-REPLEN-02 (ขนาด 15×15×15 cm) 0.003375 CBM ต่อชิ้น
Micro Rack (ขนาด 30×60×40 cm) 1 ช่องเก็บ = 0.072 CBM

การคำนวณความจุสูงสุดต่อช่อง:

  • SKU-REPLEN-01: 0.072 / 0.001 = สูงสุด 72 EA ต่อ 1 ช่อง

  • SKU-REPLEN-02: 0.072 / 0.003375 = สูงสุด 21.3 (ปัดเป็น 21) EA ต่อ 1 ช่อง

สถานการณ์ตัวอย่าง:

  1. รับสินค้าทิ้ง 2 SKU × 2 Lot (LOT-A, B, C, D ตามลำดับ ที่วันรับต่างกัน) เก็บ SKU ละ 2 Location อย่างละ 1,000 EA/Lot

  2. ย้าย SKU-REPLEN-01 LOT-A (FIFO ก่อน) ไปยัง Pick Face จำนวน 72 EA (ย้ายเองผ่าน Move Inventory)

  3. ย้าย SKU-REPLEN-02 LOT-C (FIFO ก่อน) ไปยัง Pick Face จำนวน 21 EA (ย้ายเองผ่าน Move Inventory)

  4. สร้าง Shipment จัดส่งสินค้าทั้ง 2 SKU จาก Pick Face ออกไป จนเหลือต่ำกว่า 20%:

    • SKU-REPLEN-01: 20% ของ 72 = 14.4 → ปัดลงเหลือ 14 EA → ต้อง Shipment ออก 58 EA

    • SKU-REPLEN-02: 20% ของ 21 = 4.2 → ปัดลงเหลือ 4 EA → ต้อง Shipment ออก 17 EA

ผลลัพธ์ที่ระบบควรทำ:

ระบบ Replenishment ควรสร้าง Job Move เพียง 1 ใบ ผ่าน Handheld โดยตรวจเจอทั้ง 2 Location Pick Face ที่เก็บ SKU ทั้ง 2 ตัวอยู่ และให้สามารถย้ายสินค้าทั้ง 2 SKU ได้ในรอบเดียวกัน

วิธีตรวจสอบหากระบบยังไม่ทำงาน

  1. กลับไปที่หน้า Replenishment

  2. กดที่แท็ป "ประวัติ"

  3. ตรวจสอบสถานะการทำงาน:

สถานะ ความหมาย
Success ระบบสร้าง Job Move สำเร็จแล้ว
Fail ระบบทำงานผิดปกติ — ให้แจ้ง App Support เพื่อตรวจสอบ

4. การยกเลิกเอกสาร Move

⚠️ ขอบเขต: เฉพาะการยกเลิกผ่านหน้าเว็บเท่านั้น (ไม่ครอบคลุมการยกเลิกผ่าน Handheld)

ขั้นตอนการยกเลิก

  1. ไปที่เมนู "จัดการสินค้าคงคลัง > ย้ายสินค้าในคลัง (Inventory Operate > Move)"

  2. Hover ที่เอกสาร Move ที่ต้องการยกเลิก

  3. เลือก "Cancel"

  4. ยืนยันการยกเลิก

  5. ตรวจสอบสถานะเอกสารที่เปลี่ยนเป็น CANCELED

  6. (ไม่บังคับ) ไปที่ Inventory Enquiry เพื่อตรวจสอบว่า Move Status, Move ID, Move Qty หายไปแล้ว

สถานะที่ยกเลิกได้ และผลลัพธ์

สถานะก่อนยกเลิก ยกเลิกได้ไหม ผลลัพธ์หลังยกเลิก
OPENED ✅ ได้ สถานะ → CANCELED, ข้อมูล Move ใน Inventory Enquiry หายไป ยอดสินค้ากลับสู่สภาพปกติ
WAIT MOVE ✅ ได้ สถานะ → CANCELED, ข้อมูล Move หายไป ยอดจองย้ายคืนกลับสู่สภาพปกติ
MOVING ✅ ได้ สถานะ → CANCELED, ข้อมูล Move หายไป ยอดจองย้ายคืนกลับสู่สภาพปกติ
COMPLETED ❌ ไม่ได้ ไม่มีตัวเลือก Cancel ให้กดเลย

5. เปรียบเทียบ 2 ช่องทางการย้ายสินค้า (Manual)

รายการ Inventory Operate > Move Inventory Enquiry
จำนวนรายการต่อครั้ง หลายรายการในใบเดียว ทีละ 1 รายการ
ระบุ Pallet/Carton/Lot เฉพาะ ✅ ได้ ❌ ไม่ได้ (ย้ายตามรายการสต็อกที่เลือกไว้)
ผลลัพธ์หลังบันทึก สร้างใบงาน (OPENED) รอดำเนินการ เปลี่ยนตำแหน่งทันที หรือสร้างแถวใหม่ (Partial)
ต้องผ่าน Handheld หรือไม่ เลือกได้ (Moving → Handheld หรือ Process ทันที) ไม่ต้อง — เสร็จทันทีที่กด "ตกลง"
เหมาะกับ งานย้ายจำนวนมาก/วางแผนล่วงหน้า งานย้ายเร่งด่วนทีละจุด