MOLOG Help Center
Search for the articles here or browse the categories below.
Browse by topic
Find guides, tutorials, and answers organised by category.
รับเข้าสินค้าใหม่
การจัดการคลังสินค้า ขาเข้า
ตั้งค่า
การตั้งค่าการทำงานระบบ MOLOG WMS
ส่งออกไปหาลูกค้า
การจัดการคลังสินค้า ขาออก
คืนสินค้า
การจัดการคลังสินค้า ขาคืน
การจัดการสินค้าคงคลัง
การจัดการสินค้าคงคลัง และความเคลื่อนไหวสินค้าคงคลังแบบต่าง ๆ
รายงาน
การจัดการ Report ต่าง ๆ
การต่ออายุ และชำระค่าบริการ
แสดงรายละเอียดการต่ออายุ และค่าบริการ
[ตั้งค่า] - การสร้างคลังสินค้า และพื้นที่จัดเก็บ
คู่มือการสร้างคลังสินค้า จัดผังคลัง และพื้นที่จัดเก็บด้วย Virtual Warehouse
[เชื่อมต่อ] - การเชื่อมต่อกับระบบอื่น
การเชื่อมต่อไปยังระบบ ERP ทั้งที่เป็น Standard และแบบ Custom
Popular articles
What other people are reading right now.
การติดตั้ง MOLOG App บน Handheld
การติดตั้ง MOLOG Application บน Handheld ระบบ MOLOG Mobile Application ทำงานอยู่บนระบบ Mobile Device Management ของทาง MOLOG เอง มีฟังก์ชั่นสนับสนุนให้การทำงานเป็นไปได้อย่างสะดวก และราบรื่นดังนี้ 1. สามารถทำ Silent Update ได้ คือ สามารถอัพเดทระบบ MOLOG โดยที่ User ไม่ต้องมากดปุ่มใดๆ 2. ป้องกันการใช้งานอุปกรณ์ผิดวัตถุประสงค์ คือ ระบบบล็อคการเข้าถึง Web Browser และ Play Store 3. ป้องกันการขโมยอุปกรณ์ คือ ระบบ Kios Mode ไม่สามารถทำ Factory Reset ได้ ทำให้การขโมยอุปกรณ์ไปขาย ไม่มีประโยชน์ที่จะทำ (เพราะระบบ Lock การทำ Factory Reset เอาไว้ ไม่มีใครรับซื้อ) 4. ตรวจสอบปริมาณ Battery ได้ทีเดียวทุกอุปกรณ์ ทำให้เตรียมตัวอุปกรณืได้ทันก่อนเริ่มงาน สิ่งที่ต้องเตรียม 1. อุปกรณ์ Handheld ที่ซื้อกับทาง MOLOG 2. เตรียม Handheld ให้อยู่หน้า Welcome Screen ตัวอย่างตามรูปด้านล่าง (หรือต้องทำ Factory Reset) วิธีการทำ Factory Reset กรณีเครื่องที่ไม่ได้อยู่หน้า Welcom Screen ของ Android สามารถทำ Factory Reset ได้ดังนี้ 🚨🚨 โปรดทราบ ขั้นตอนนี้จะทำให้ข้อมูลบน Handheld ถูกลบทั้งหมด กรุณา Backup ข้อมูลที่จำเป็นก่อนเริ่มดำเนินการ 🚨🚨 1. ไปที่ Android Settings 2. เลือก System 3. เลือก Reset options 4. เลือก Erase all data (factory reset) 5. กด Erase all data 6. ยืนยันเลือก Erase all data รอ 5 นาที ระบบ Android จะทำการ reset ตัว Handheld จนไปอยู่ที่หน้า Welcome Screen วิธีติดตั้ง MOLOG Application https://youtu.be/4WOgVcPOe4g ขั้นที่ 1: เตรียม QR Code ในระบบ MOLOG เพื่อเตรียม "ลงทะเบียนอุปกรณ์" 1. ไปที่เมนู การตั้งค่า 2. ไปที่เมนู แอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ 3. กดปุ่ม เพิ่มอุปกรณ์ 4. ระบุ หมายเลขอุปกรณ์ และคำอธิบาย 5. ระบบจะสร้าง QR Code ขึ้นมา เสร็จการเตรียม QR Code ของอุปกรณ์ ขั้นที่ 2: "ลงทะเบียนอุปกรณ์" ให้ติดตั้งระบบ MOLOG Application 1. ให้กลับไปที่หน้า Welcome Screen ของ Android 2. แตะที่หน้าจอของ Android รัวๆ ประมาณ 10 ครั้ง จนมีกล้องแสดงขึ้นมา 3. นำกล้องไป Scan QR Code ที่เราสร้างเอาไว้ในระบบ MOLOG 4. Android จะให้เรา เลือก Wifi ให้เลือก SSID และระบุ Password wifi ให้เรียบร้อย 5. เมื่อขึ้น Connected ให้กดที่ SSID อีกครั้ง เพื่อไปหน้าถัดไป 6. ระบบจะขึ้นหน้า "Getting your phone ready..." This may take a few minutes 7. กด Next, Continue, Accept & continue, more, Accept ไปเรื่อยๆ เมื่อหน้าจอแสดงปุ่มเหล่านี้ให้กด 8. หากติดตั้งเสร็จแล้ว อุปกรณ์จะแสดงหน้าจอ ตามตัวอย่างด้านล่าง ถือว่าติดตั้งได้เสร็จสมบูรณ์
🚚 รับเข้าสินค้าใหม่การรับเข้าสินค้า
ภาพรวมกระบวนการรับสินค้าและจัดเก็บ กระบวนการทั้งหมดแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่การสร้างใบแจ้งรับสินค้าล่วงหน้าจนถึงการปิดใบงานจัดเก็บ ดังแผนภาพต่อไปนี้ [สร้าง ASN] → [สร้าง GR] → [Confirm Receive] → [Putaway] → [CLOSED] สถานะสินค้าใน Inventory Enquiry สี ความหมาย เกิดขึ้นเมื่อ แถวสีเทา สินค้าอยู่ในระบบแต่ยังใช้งาน / หยิบไม่ได้ หลัง Confirm Receive แถวสีดำ สินค้าพร้อมใช้งาน — Allocate และ Pick ได้ หลัง Putaway CLOSED 1. รับสินค้าล่วงหน้า (Advance Shipment Notice) ใช้สำหรับสร้างและจัดการใบแจ้งการส่งสินค้าล่วงหน้า (ASN) ก่อนสินค้าเดินทางมาถึงคลัง สามารถสร้างได้ 2 วิธี ได้แก่ การ Import ข้อมูล และการกรอกข้อมูลมือ (Web Input) วงจรสถานะใบงาน ASN Status OPENED ใบงาน ASN ถูกสร้างสำเร็จ — พร้อมนำไปสร้าง GR หรือแก้ไขได้ RECEIVING สร้างเอกสารรับสินค้า (Goods Receipt: GR) เรียบร้อยแล้ว - เอกสาร ASN จะไม่สามารถแก้ไขได้ทุกกรณี **PAR RECEIVED ** รับสินค้าบางส่วน (Short Receive) — บางรายการยังไม่ครบ RECEIVED รับสินค้าครบทุกรายการแล้ว PUTAWAY IN PROG กำลังจัดเก็บ - จะเกิดขึ้นเมื่อมีการจัดเก็บผ่าน Handheld Scan Putaway เท่านั้น PUTAWAY จัดเก็บสินค้าไว้ที่ Location เรียบร้อย CLOSED ปิดเอกสาร - สินค้าใน Inventory พร้อมดำเนินการ 1.1 การสร้าง ASN ผ่าน Import ใช้เมื่อต้องการนำเข้าข้อมูลสินค้าหลายรายการพร้อมกัน รองรับ 2 รูปแบบ วิธีที่ 1 — Import แบบ Data from table (กรอกข้อมูลในระบบ) 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. คลิกปุ่ม Import 3. Pop-up Document Type ปรากฏขึ้น → คลิก Create 4. เลือกรูปแบบ Data from table → คลิก Next 5. กรอกข้อมูลในตารางตามฟิลด์ที่กำหนด 6. (ไม่บังคับ) หากต้องการแยกใบงานตาม PO Number: เลือก Split by column → เลือก "PO Number" 7. (ไม่บังคับ) ตั้งค่า Toggle ตามต้องการ (ดูคำอธิบายด้านล่าง) 8. คลิกปุ่ม Import Now วิธีที่ 2 — Import แบบ Upload file (อัปโหลดไฟล์ Excel) 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. คลิกปุ่ม Import 3. Pop-up Document Type ปรากฏขึ้น → คลิก Create 4. เลือกรูปแบบ Upload file → คลิก Next 5. อัปโหลดไฟล์ Excel Template ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว 6. (ไม่บังคับ) เลือก Split by column หากต้องการแยกใบงาน 7. (ไม่บังคับ) ตั้งค่า Toggle ตามต้องการ 8. คลิกปุ่ม Import Now คำอธิบาย Toggle ในหน้า Import Toggle การตั้งค่า พฤติกรรม Stop import if error found เปิด หากมีแถวใดผิด ระบบหยุด Import ทันที — ไม่นำเข้าแถวใดเลย Stop import if error found ปิด นำเข้าแถวที่ถูกต้อง แล้วแจ้ง Error เฉพาะแถวที่มีปัญหา Split by column เลือก PO Number สร้างใบงาน ASN แยกตาม PO Number อัตโนมัติ Result Import Import Success Import Error ระบบแสดงเลข Receive Key ของใบงานที่สร้าง Pack Code not exists: [Pack code] (SKU: xxx) → Pack Code ไม่ตรงกับ SKU นั้น สถานะใบงาน ASN = OPENED SKU Code not exists: [SKU] → SKU ที่กรอกไม่มีใน Master ของระบบ ข้อมูลในใบงานตรงกับที่กรอก วิธีตรวจสอบ: คลิกปุ่ม Import Status เพื่อดูรายละเอียดในช่อง Message หากใช้ Split by column: ระบบสร้างใบงานแยกตามจำนวน PO Number ที่ต่างกัน 1.2 การสร้าง ASN ผ่าน Web Input (กรอกมือ) ใช้เมื่อต้องการสร้างใบงาน ASN ทีละใบ โดยกรอกข้อมูลผ่านหน้าจอระบบโดยตรง 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. คลิกปุ่ม New 3. Pop-up Document Type ปรากฏขึ้น → คลิก Create 4. กรอก PO Number และข้อมูลส่วนหัวของใบงาน → คลิก Next 5. คลิกปุ่ม New เพื่อเพิ่มรายการสินค้า 6. กรอก SKU และรายละเอียดสินค้า (Qty, Pack Code, Expected Receive Date ฯลฯ) 7. คลิก Save 8. (ทำซ้ำข้อ 5–7 หากต้องการเพิ่มสินค้าหลายรายการ) 1.3 การแก้ไขใบงาน ASN เงื่อนไขสำคัญ: แก้ไขได้เฉพาะใบงานที่มีสถานะ OPENED เท่านั้น แก้ไขจำนวนสินค้า (Quantity) 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. เปิดใบงานที่ต้องการแก้ไข (Status = OPENED) 3. คลิก Tab SKU 4. ดับเบิลคลิกที่แถว SKU ที่ต้องการแก้ไข 5. แก้ไขค่าในช่อง Received Qty 6. คลิก Save Received Qty ต้องมากกว่า 0 เสมอ:หากใส่ค่า 0 หรือค่าลบ ระบบแจ้ง Error: Please check quantity: Received Qty เพิ่มรายการสินค้าใหม่ (Add New SKU) 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. เปิดใบงานที่ต้องการ (Status = OPENED) 3. คลิก Tab SKU 4. คลิกปุ่ม New 5. กรอก SKU และข้อมูลรายการสินค้าให้ครบ 6. คลิก Save ลบรายการสินค้า (Remove SKU) 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. เปิดใบงานที่ต้องการ (Status = OPENED) 3. คลิก Tab SKU 4. Hover ที่แถว SKU ที่ต้องการลบ → คลิกไอคอนถังขยะ 5. คลิก Delete ที่ Pop-up → คลิก OK 6. คลิก Save สินค้าที่ลบจะเปลี่ยนเป็นแถวสีเทา (Soft Delete) ไม่ได้ถูกลบออกจริง และจำนวนใน Unloading Report จะลดลงตาม แก้ไข PO Number 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. เปิดใบงานที่ต้องการ (Status = OPENED) 3. แก้ไขช่อง PO Number ในส่วนหัวใบงาน 4. คลิก Save 1.4 การ Export ข้อมูล ASN Export ข้อมูลทั้งหมด 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. คลิกปุ่ม Export Excel Export เฉพาะบางรายการ 1. ไปที่เมนู Advance Shipment Notice 2. ใช้ Quick Search กรองรายการที่ต้องการ Export 3. คลิกปุ่ม Export Excel 2. เอกสารรับสินค้า (Goods Receipt New PO) ใช้สำหรับสร้างและจัดการใบรับสินค้า (GR) เมื่อสินค้ามาถึงคลัง สามารถอ้างอิงจาก ASN/PO หรือสร้างโดยไม่มี PO ก็ได้ วงจรสถานะใบงาน GR Status RECEIVING GR ถูกสร้าง — รอดำเนินการรับสินค้า (แก้ไข/เพิ่ม/ลบ ASN ได้) RECEIVED รับสินค้าครบแล้ว — สินค้าปรากฏใน Inventory เป็นแถวสีเทา (ยังใช้งานไม่ได้) PUTAWAY IN PROG กำลังจัดเก็บ - จะเกิดขึ้นเมื่อมีการจัดเก็บผ่าน Handheld Scan Putaway เท่านั้น PUTAWAY ระบุ Location เก็บสินค้าแล้ว — รอปิดใบงาน CLOSED ปิดใบงานสมบูรณ์ — สินค้าพร้อมใช้งานใน Inventory (แถวสีดำ) 2.1 การสร้าง GR แบบอ้างอิง PO/ASN (รวมหลายใบ) ใช้เมื่อมีใบงาน ASN ที่ Status = OPENED พร้อมนำมารับสินค้า สามารถรวมหลาย ASN ในใบ GR เดียวได้ ASN ที่มีสถานะ RECEIVING (คือถูกนำไปสร้าง GR อื่นแล้ว) จะไม่ปรากฏในผลการค้นหา ขั้นตอนที่ 1 — สร้างใบงาน GR 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิกปุ่ม Create GR 3. กรอกหมายเลข ASN ในช่อง Search → คลิก Search Now 4. ติ๊ก Checkbox หน้าใบงาน ASN ที่ต้องการ → คลิกลูกศร เพื่อย้ายมาฝั่งขวา 5. (ถ้ามี ASN หลายใบ) ทำซ้ำข้อ 3–4 จนได้ครบทุกใบที่ต้องการ 6. คลิกปุ่ม Confirm → คลิก OK → คลิก OK ที่ Pop-up Success ขั้นตอนที่ 2 — ยืนยันการรับสินค้า (Confirm Receive) 1. ในหน้า Goods Receipt คลิก + หน้าใบงาน GR ที่เพิ่งสร้าง เพื่อขยายรายการ ASN 2. คลิกเข้าใบงาน ASN ใบที่ 1 3. คลิก Tab SKU 4. (ถ้ารับ Partial) แก้ไขจำนวน Qty หรือลบบางรายการ → คลิก Save 5. คลิกปุ่ม Confirm Receive → คลิก Goods Receipt → คลิก OK 6. (ถ้ามี ASN หลายใบ) ทำซ้ำข้อ 2–5 สำหรับ ASN ใบถัดไป 2.2 การสร้าง GR แบบไม่มี PO (Web Input) ใช้เมื่อรับสินค้าโดยไม่มีใบ PO/ASN ล่วงหน้า 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิกปุ่ม Create GR 3. คลิกปุ่ม Confirm (ไม่ต้องเลือก ASN) → คลิก OK → คลิก OK 4. (ไม่บังคับ) ปรับ วันที่รับสินค้า ก่อนเลือกสินค้า — สามารถระบุวันย้อนหลังได้ 5. คลิกปุ่ม Next เพื่อเข้าหน้ากรอกสินค้า 6. คลิกปุ่ม New → กรอก SKU และรายละเอียด (Qty, Lot, Expiry Date, Mfg Date หากมี) 7. คลิก Save 8. (ทำซ้ำข้อ 6–7 หากต้องการเพิ่มหลาย SKU) 9. คลิกปุ่ม Confirm Receive เพื่อยืนยันการรับ 2.3 การสร้าง GR แบบไม่มี PO (Import) รองรับ 2 รูปแบบ: Data from table และ Upload file (Excel) วิธีที่ 1 — Data from table 1. ไปที่เมนู Goods Receipt → คลิกปุ่ม Import 2. Pop-up Document Type → คลิก Create 3. เลือก Data from table → คลิก Next 4. กรอกข้อมูล SKU, Qty, Receive Date และฟิลด์ที่ต้องการ 5. (ไม่บังคับ) ตั้งค่า Toggle ตามต้องการ 6. คลิก Import Now วิธีที่ 2 — Upload file (Excel) 1. ไปที่เมนู Goods Receipt → คลิกปุ่ม Import 2. Pop-up Document Type → คลิก Create 3. เลือก Upload file → คลิก Next 4. อัปโหลดไฟล์ Excel Template ที่กรอกข้อมูลครบถ้วน 5. (ไม่บังคับ) ตั้งค่า Toggle ตามต้องการ 6. คลิก Import Now Toggle พิเศษสำหรับ GR Import Toggle การตั้งค่า พฤติกรรม Stop import if error found เปิด หยุด Import ทั้งหมดทันทีที่พบ Error Stop import if error found ปิด Import แถวที่ถูกต้อง แจ้ง Error เฉพาะแถวที่มีปัญหา Confirm receive immediately เปิด หลัง Import สำเร็จ สถานะเปลี่ยนเป็น RECEIVED ทันที Confirm receive immediately ปิด สถานะเป็น RECEIVING รอ Confirm Receiveแยกต่างหาก Split by CUST_REF_REC_01: สร้างใบงาน Receipt แยกตาม PO Number แต่ทุกใบอยู่ภายใต้ GR ใบเดียว 2.4 การแก้ไข GR (เพิ่ม/ลบ ASN) แก้ไขได้เฉพาะ GR ที่ Status = RECEIVING เท่านั้น | หาก GR เป็น RECEIVED ปุ่ม Edit GR จะถูก Disable เพิ่ม ASN เข้า GR 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิกปุ่ม Edit GR บนใบงาน GR ที่ต้องการ 3. กรอก ASN ที่ต้องการในช่อง Search → คลิก Search Now 4. ติ๊ก Checkbox → คลิกลูกศร ย้ายมาฝั่งขวา 5. คลิก Confirm → OK → OK ลบ ASN ออกจาก GR 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิกปุ่ม Edit GR บนใบงาน GR ที่ต้องการ 3. ติ๊ก Checkbox ที่ ASN ฝั่งขวาที่ต้องการลบ → คลิกลูกศร ย้ายมาฝั่งซ้าย 4. คลิก Confirm → OK → OK 2.5 การถอยสถานะ GR (Reopen) ใช้เมื่อต้องการแก้ไขข้อมูลหลังจาก Confirm Receive ไปแล้ว 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิก + หน้าใบงาน GR เพื่อขยายรายการ 3. คลิก (3 จุด) หน้าใบงาน Receipt ที่ต้องการถอยสถานะ 4. Hover ที่ Reopen → เลือกสถานะเป้าหมาย 5. คลิก OK → OK ตัวเลือก ใช้เมื่อ ผลลัพธ์ To Receiving ถอยจาก PUTAWAY / RECEIVED กลับไปแก้ไข Status Receipt และ GR = RECEIVING To Received ถอยจาก PUTAWAY กลับมา RECEIVED Status Receipt และ GR = RECEIVED Location ที่เคยระบุไว้จะถูก Clear ออกทั้งหมดหลัง Reopen 2.6 การ Export ข้อมูล GR Export ข้อมูลทั้งหมด 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. คลิกปุ่ม Export Excel Export เฉพาะบางรายการ 1. ไปที่เมนู Goods Receipt 2. ใช้ Quick Search กรองรายการที่ต้องการ 3. คลิกปุ่ม Export Excel 3. สแกนรับสินค้า — Handheld การรับสินค้าผ่าน Handheld (HH) ดำเนินการโดยสแกนตาม Scan Profile ที่ตั้งค่าไว้ในระบบโดย Admin ซึ่งกำหนดลำดับการสแกน ตัวอย่าง Scan Profile ที่ใช้บ่อย Profile ลำดับการสแกน SKU Barcode (C) > QTY สแกน SKU (ครั้งเดียว) → ใส่จำนวน Pallet (U) > SKU Barcode (C) > QTY สแกน Pallet (ไม่เปลี่ยน)→ สแกน SKU (ครั้งเดียว)→ ใส่จำนวน SKU Barcode (C) > Lot No (U) > EXP (U) > QTY สแกน SKU (ครั้งเดียว) → ใส่ Lot No (ไม่เปลี่ยน) → ใส่ Expiry Date (ไม่เปลี่ยน) → ใส่จำนวน Pallet only สแกน Pallet เท่านั้น (ข้อมูลดึงจาก ASN อัตโนมัติ) 3.1 การสร้าง GR และสแกนรับสินค้า (มี PO/ASN) ใช้เมื่อมีใบงาน ASN Status = OPENED พร้อมแล้ว ขั้นตอนที่ 1 — สร้างใบงาน GR บน Handheld 1. เปิดใช้งาน Handheld → Tab Operate → เมนู Scan Receive 2. คลิก (3 จุด) มุมขวาบน → เลือก Create Goods Receipt 3. คลิกที่ช่อง Add document to The goods receipt 4. ติ๊ก Checkbox หน้าใบงาน ASN ที่ต้องการ (เลือกได้หลายใบ) 5. คลิก OK → คลิก Confirm เพื่อสร้างใบงาน GR ขั้นตอนที่ 2 — สแกนรับสินค้า 1. สแกนตาม Scan Profile ที่กำหนด จนครบทุกรายการที่ต้องการรับ 2. คลิก Close Job → คลิก Confirm Close Job 3. คลิก Confirm Receive 4. เซ็นลายเซ็นบนหน้าจอ 5. คลิก Confirm Receive อีกครั้งเพื่อยืนยันขั้นสุดท้าย Result when confirm receive Success Warning Error ขึ้นข้อความ "Record Success" Over Receive เปิด: หากรับเกิน ระบบแสดง Warning แต่ยังดำเนินการต่อได้ — ASN เปลี่ยนเป็น RECEIVED SKU not exists on Advance Shipment Notice → สแกน SKU ที่ไม่อยู่ใน ASN ที่เลือก ใบงานบน HH เปลี่ยนสถานะเป็น RECEIVED SKU not found or Barcode type not match → สแกน SKU ที่ไม่มีในระบบเลย ใบงาน ASN ทุกใบที่รับเปลี่ยนสถานะเป็น RECEIVED Receive quantity is over than to allow over receiving ratio → สแกน Qty เกินจำนวนที่อนุญาต (ปิด Over Receive) สถานะบนหน้าเว็บตรงกัน สินค้าปรากฏใน Inventory Enquiry เป็นแถวสีเทา กรณีพิเศษ: รับสินค้าหลาย PO ใน Pallet เดียวกัน ทำตามขั้นตอนปกติ (3.1) แต่เมื่อสแกนสินค้าให้สแกนสินค้าจากทุก ASN ลง Pallet หมายเลขเดียวกัน Scan Profile ต้องตั้งค่าเป็น Pallet > SKU > QTY กรณีพิเศษ: รับด้วย Pallet Profile (Pallet only) ใช้เมื่อ ASN ทุกรายการมีการกำหนด Pallet ID ไว้ล่วงหน้าทุก Line แล้ว เพียงสแกน Pallet Barcode ระบบดึงข้อมูลสินค้าทั้งหมดมาให้อัตโนมัติ ไม่ต้องสแกน SKU แยก 3.2 การสแกนรับสินค้าแบบ Partial (รับไม่ครบ) สถานการณ์ Allow Short Receive ผลลัพธ์ สแกน SKU ไม่ครบทุกตัว เปิด รับสำเร็จ → ASN เปลี่ยนเป็น PAR RECEIVED สแกน Qty ไม่ครบ (ครบ SKU) เปิด รับสำเร็จ → ASN เปลี่ยนเป็น PAR RECEIVED สแกน SKU ไม่ครบทุกตัว ปิด Error — ไม่สามารถ Confirm ได้ — ยัง RECEIVING สแกน Qty ไม่ครบ ปิด Error — ไม่สามารถ Confirm ได้ — ยัง RECEIVING รับ GR ครบ 1 ใบ ไม่รับอีก 1 ใบ (ไม่มีผล) รับสำเร็จเฉพาะใบที่สแกนรับครบ — GR ยัง RECEIVING Inventory แสดงตามจำนวนที่รับจริงเท่านั้น 3.3 การสแกนรับสินค้าแบบไม่มี PO (HH) 1. Handheld → Tab Operate → เมนู Scan Receive 2. คลิก → เลือก Create Goods Receipt 3. คลิก Confirm (ไม่ต้องเลือก ASN) → คลิก Next 4. สแกนตาม Scan Profile ที่กำหนด (เช่น SKU > QTY หรือ SKU > Lot > EXP > QTY) 5. คลิก Close Job → Confirm Close Job 6. คลิก Confirm Receive → เซ็นลายเซ็น → Confirm Receive การพิมพ์ Receiving Tag จาก HH 1. ใน Scan Receive เข้าใบงาน GR ที่ Status = RECEIVED 2. คลิก Confirm 3. คลิก → เลือก Print tags to receive all products 4. ระบบพิมพ์ Receiving Tag ตามที่ตั้งค่าไว้ 3.4 การแก้ไข GR ผ่าน Handheld (เพิ่ม/ลบ ASN) ทำได้เฉพาะ GR ที่ Status = RECEIVING เท่านั้น | หาก GR เป็น RECEIVED ช่อง Add document จะถูก Disable เพิ่ม ASN เข้า GR ผ่าน HH 1. Tab Operate → Scan Receive 2. เลือกใบงาน GR ที่ต้องการ 3. คลิกที่ช่อง Add document to The goods receipt 4. ติ๊ก Checkbox หน้า ASN ที่ต้องการเพิ่ม → คลิก OK ลบ ASN ออกจาก GR ผ่าน HH 1. Tab Operate → Scan Receive 2. เลือกใบงาน GR ที่ต้องการ 3. คลิกที่ช่อง Add document to The goods receipt 4. ยกเลิก Checkbox ที่ ASN ที่ต้องการนำออก → คลิก OK
⚙️ ตั้งค่าค่าตั้งต้นผู้ใช้งาน
ค่าตั้งต้นผู้ใช้งาน (User Default) ใช้กำหนดคลังสินค้าและสโตเลอร์ที่จะให้เป็น "ค่าตั้งต้น" สำหรับการใช้งานระบบของผู้ใช้แต่ละคน เมื่อตั้งค่าแล้ว ระบบจะดึงข้อมูลของคลัง/สโตเลอร์นั้นมาแสดงให้อัตโนมัติทุกครั้งที่เข้าใช้งาน เข้าใช้งาน: เมนู การตั้งค่า > ค่าตั้งต้นผู้ใช้งาน (Setting > User Default) 1. การกำหนดคลังสินค้าตั้งต้น (Default Warehouse) ใช้เปลี่ยนคลังสินค้าและโซนที่จะให้เป็นค่าตั้งต้นในการใช้งานระบบ 1. เข้าเมนู การตั้งค่า > ค่าตั้งต้นผู้ใช้งาน > คลังสินค้า (Setting > User Default > Warehouse) 2. เลือกคลังสินค้าที่ต้องการตามรายการที่ระบบแสดง 3. กดปุ่ม ยืนยัน (Save) เพื่อบันทึก → ผล: ระบบบันทึกคลังสินค้าตั้งต้นสำเร็จ ข้อควรรู้ - ควรเลือกไว้ 1 คลังสินค้าเสมอ ไม่ควรปล่อยเป็นค่าว่าง เพราะจะกระทบต่อการดึงข้อมูลบางส่วน เช่น Master Location และสินค้าคงคลัง 2. การกำหนดสโตเลอร์ตั้งต้น (Default Storer) ใช้เฉพาะ ลูกค้ากลุ่มผู้ให้บริการคลังสินค้า (3PL) เท่านั้น ใช้เปลี่ยนสโตเลอร์ที่จะให้เป็นค่าตั้งต้นในการใช้งานระบบ 1. เข้าเมนู การตั้งค่า > ค่าตั้งต้นผู้ใช้งาน > สโตเลอร์ (Setting > User Default > Storer) 2. เลือกสโตเลอร์ที่ต้องการตามรายการที่ระบบแสดง 3. กดปุ่ม ยืนยัน (Save) เพื่อบันทึก → ผล: ระบบบันทึกสโตเลอร์ตั้งต้นสำเร็จ ข้อควรรู้: ควรเลือกไว้ 1 สโตเลอร์เสมอ ไม่ควรปล่อยเป็นค่าว่าง เพราะจะกระทบต่อการดึงข้อมูลบางส่วน
⚙️ ตั้งค่าSetting Storer Default
Setting Storer Default สามารถตั้งค่าแยกการทำงานออกเป็น 9 ส่วนดังนี้ 1. General สำหรับกำหนดข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการใช้อ้างอิงจากระบบอื่นแบบไดนามิก หรือข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการเพิ่มเติมจากที่ระบบ MOLOG ให้ รวมถึงการควบคุมจำนวนหลักในระบบ 2. Job Control เป็นการตั้งค่าเพื่อกำหนดแนวทางการทำงานต่าง ๆ ของระบบ ให้ระบบดำเนินการโดยอัติโนมัติเมื่อตรงตามเงื่อนไข 3. Footer Report เป็นการตั้งค่าเพื่อให้รายงานต่าง ๆ ในระบบระบุส่วนท้ายรายงานตามการตั้งค่า 4. SKU User Defined สำหรับระบุข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม และสามารถกำหนดค่าเพื่อแสดงข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้บนข้อมูลอื่นๆ เช่น การตรวจสอบสต็อกสินค้า เป็นต้น 5. Receive User Defined สำหรับระบุข้อมูลขาเข้าเพิ่มเติม และสามารถกำหนดค่าเพื่อแสดงข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้บนข้อมูลอื่นๆ เช่น การแสดงข้อมูลในเอกสารรับเข้าส่วนที่เป็นรายการสินค้า เป็นต้น 6. Release User Defined สำหรับระบุข้อมูลขาออกเพิ่มเติม และสามารถกำหนดค่าเพื่อแสดงข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้บนข้อมูลอื่นๆ เช่น การแสดงข้อมูลในเอกสารปล่อยสินค้าส่วนที่เป็นรายการสินค้า เป็นต้น 7. Pack Strategy สำหรับกำหนดเงื่อนไขการเรียกใช้กลยุทธ์การบรรจุ เช่น ของขวัญ รายงาน ฯลฯ 8. Sequence Strategies สำหรับหมายเลขต่อเนื่อง ที่สามารถกำหนดเป็นรูปแบบพิเศษได้ 9. Pallet and Lot Control สำหรับควบคุมล็อต พาเลท และกล่อง เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับรูปแบบข้อมูลที่ต้องการ 1. Setting General 1. กำหนด Customer Reference Receive ได้ 4 รายการ 1. กำหนดให้ Customer Reference Receive ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้าเป็นข้อมูล Unique ในระบบ 2. กำหนดให้ Customer Reference Receive ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า ไม่ต้องระบุได้ 3. กำหนดให้ Customer Reference Receive ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุให้มีการแจ้งเตือนได้ 4. กำหนดให้ Customer Reference Receive ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุไม่สามารถดำเนินการใดต่อได้ 2. กำหนด Customer Reference Release ได้ 4 รายการ 1. กำหนดให้ Customer Reference Release ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้าเป็นข้อมูล Unique ในระบบ 2. กำหนดให้ Customer Reference Release ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า ไม่ต้องระบุได้ 3. กำหนดให้ Customer Reference Release ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุให้มีการแจ้งเตือนได้ 4. กำหนดให้ Customer Reference Release ทั้ง 4 ที่แสดงบนเอกสารรับเข้า เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุไม่สามารถดำเนินการใดต่อได้ 3. สามารถกำหนด Label ของ Customer Reference Receive และ Customer Reference Release เหมือนกันได้ 4. กำหนด Digit Control ให้กับ Qty ได้ และจะมีผลกับข้อมูล QTY ทุกจุดในระบบ 5. กำหนด Digit Control ให้กับ Volume ของ SKU ได้ และจะมีผลกับข้อมูล Volume ทุกจุดในระบบ 6. กำหนด Digit Control ให้กับ Gross Weight ของ SKU ได้ และจะมีผลกับข้อมูล Gross Weight ทุกจุดในระบบ 7. กำหนด Digit Control ให้กับ Net Weight ของ SKU ได้ และจะมีผลกับข้อมูล Net Weight ทุกจุดในระบบ 8. กำหนด Digit Control ให้กับ Length ของ SKU ได้ และจะมีผลกับข้อมูล Length ทุกจุดในระบบ 9. เปิด/ปิดใช้งาน Customer Reference Receive / Customer Reference Release ได้พร้อมกัน 2. Setting Job Control 1. กำหนดให้ดึงเอกสารเข้าระบบ WMS มาเป็นสถานะ Draft เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนได้ 2. เปิดใช้งานให้ระบบเปลี่ยนสถานะเอกสารจาก OPENED เป็น ALLOCATED อัตโนมัติ เมื่อมีการเปิดใช้งาน Draft เท่านั้น 3. เปิดใช้งานให้ระบบเปลี่ยนสถานะเอกสารจาก OPENED เป็น PICKED อัตโนมัติ เมื่อมีการเปิดใช้งาน Draft เท่านั้น ข้อ 2 และ 3 ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น 4. เปิดใช้งานให้ระบบเปลี่ยนสถานะเอกสารเป็น CLOSED อัตโนมัติ เมื่อมีการหยิบ (PICKED) สินค้าครบแล้ว 5. เปิดใช้งานให้ระบบเปลี่ยนสถานะเอกสารเป็น CLOSED อัตโนมัติ เมื่อมีการแพ็ก (PACKED) สินค้าสำเร็จแล้ว ข้อ 4 และ 5 ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น 6. เปิดอนุญาตให้ทำการสแกนโหลดสินค้าขึ้นรถ (Scan Out) น้อยกว่าจำนวนสินค้าที่หยิบมา ตั้งแต่ 1-99% 7. เปิดอนุญาตให้ทำการรับสินค้าเข้ามากกว่าจำนวนสินค้าในเอกสารรับสินค้าล่วงหน้า ตั้งแต่ 1-99% 8. เปิดอนุญาตให้ทำการรับสินค้าเข้าน้อยกว่าจำนวนสินค้าในเอกสารรับสินค้าล่วงหน้า ตั้งแต่ 1-99% 9. เปิดใช้งาน ส่งอีเมลอัตโนมัติหลังสถานะการปล่อยสินค้าเป็น ALLOCATED 10. เปิดใช้งาน พักสินค้าทันทีเมื่อกำลังรับสินค้า พร้อมระบุเหตุผลการพักสินค้า 3. Setting SKU User Defined 1. สามารถกำหนดข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ทั้งหมด 10 รายการ 2. หลังจากกำหนดแล้วข้อมูลจะแสดงผลที่ Master SKU, Inventory Enquiry, Cycle Count, Inventory History, Traceability และ report ที่เกี่ยวข้อง 3. สามารถกำหนด Data Type ของข้อมูลเป็น Text หรือ Base Customize (Dropdown) ได้ 4. Setting Receive User Defined 1. สามารถกำหนดข้อมูลรับเข้าเพิ่มเติมส่วน Header เอกสารได้ทั้งหมด 16 รายการ และส่วน Item เอกสารรับเข้าได้ทั้งหมด 30 รายการ 2. หลังจากกำหนดแล้วข้อมูลจะแสดงผลที่ ASN, Goods Receipt, Request Return, Goods Receipt Return, Inventory Enquiry, Inventory History, Traceability, PSO, DSO และ report ที่เกี่ยวข้อง 3. สามารถกำหนด Data Type ของข้อมูลเป็น Text หรือ Base Customize (Dropdown) ได้ 5. Setting Release User Defined 1. สามารถกำหนดข้อมูลปล่อยสินค้าเพิ่มเติมส่วน Header เอกสารได้ทั้งหมด 16 รายการ และส่วน Item เอกสารปล่อยสินค้าได้ทั้งหมด 30 รายการ 2. หลังจากกำหนดแล้วข้อมูลจะแสดงผลที่ Load Planning, PSO, DSO, Inventory Enquiry, Inventory History, Traceability และ report ที่เกี่ยวข้อง 3. สามารถกำหนด Data Type ของข้อมูลเป็น Text หรือ Base Customize (Dropdown) ได้ 6. Setting Pack Strategy 1. เลือกผูก Pack strategy กับ Warehouse ต่าง ๆ ในระบบได้ที่นี่ 2. จำเป็นต้องมี Master Pack Strategy ก่อนเสมอ 3. ไม่จำเป็นต้องเลือกผูก Pack Strategy กับ Warehouse ที่ใช้เข้าสู่ระบบ แต่จำเป็นต้องมีสิทธิ์ในการตั้งค่าและเข้าถึง Warehouse ต่าง ๆ 7. Setting Sequence Strategies 1. สามารถตั้งค่าไว้เพื่อใช้กับการรันหมายเลขต่อเนื่องของพาเลท / ล็อต / กล่อง 2. สามารถเพิ่ม / ลบ Strategies ที่ตั้งค่าไว้ได้ตลอดเวลา 3. เลือก Product Type แบบเต็มเป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 4. เลือก Product Type เพียง 1 ตัวอักษรด้านหน้า เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 5. เลือก Storage Type แบบเต็มเป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 6. เลือก Storage Type เพียง 1 ตัวอักษรด้านหน้า เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 7. กำหนดให้ใช้วันที่ปัจจุบันใน Format YYYYMMDD เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 8. กำหนดให้ใช้วันที่ปัจจุบันใน Format YYYYMMDDHHmmss เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 9. กำหนดให้ใช้วันที่ปัจจุบันใน Format DDMMYYYY เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 10. กำหนดให้ใช้วันที่หมดอายุของตัวสินค้า Format YYYYMMDD เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 11. กำหนดให้ใช้วันที่หมดอายุของตัวสินค้า Format DDMMYYYY เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 12. กำหนดให้ใช้วันที่ผลิตของตัวสินค้า Format YYYYMMDD เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 13. กำหนดให้ใช้วันที่ผลิตของตัวสินค้า Format DDMMYYYY เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 14. กำหนดให้ใช้วันที่ผลิตของตัวสินค้า Format DD เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 15. กำหนดให้ใช้วันที่ผลิตของตัวสินค้า Format MM เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 16. กำหนดให้ใช้วันที่ผลิตของตัวสินค้า Format YY เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 17. กำหนดให้ใช้วันที่รับสินค้าเข้าระบบ Format YYYYMMDD เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 18. กำหนดให้ใช้วันที่รับสินค้าเข้าระบบ Format DDMMYYYY เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 19. กำหนดให้ใช้วันที่รับสินค้าเข้าระบบ Format YYYYMMDDHHmmss เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 20. เลือก Receive Header User Defined 1-16 เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ หากมีการตั้งค่า Receive Header User Defined ไว้ 21. เลือก Receive Item User Defined 1-30 เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ หากมีการตั้งค่า Receive Item User Defined ไว้ 22. เลือก Customer Reference Receive 1-4 เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ หากมีการตั้งค่า Customer Reference Receive ไว้ 23. เลือก Lot No เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 24. ไม่สามารถนำ Seq Strategy ที่เลือก Lot No มาเป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องไปใช้กับ Lot ได้ (ใช้ได้แค่กับการรันเลขพาเลท / เลขกล่อง เท่านั้น) 25. เลือก Supplier Code เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 26. เลือก SKU Code เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 27. เลือก Pallet เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 28. ไม่สามารถนำ Seq Strategy ที่เลือก Pallet มาเป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องไปใช้กับ Pallet ได้ (ใช้ได้แค่กับการรันเลขล็อต / เลขกล่อง เท่านั้น) 29. เลือก Carton เป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องได้ 30. ไม่สามารถนำ Seq Strategy ที่เลือก Carton มาเป็นส่วนหนึ่งของการรันหมายเลขต่อเนื่องไปใช้กับ Carton ได้ (ใช้ได้แค่กับการรันเลขพาเลท / เลขล็อต เท่านั้น) 31. เลือก Customize Running Number ได้ การ Set Customize Running Number สามารถ Set ได้ดังนี้ 1. กำหนดชื่อ Running Number ที่ต้องการ 2. กำหนด Digit ของ Running Number ที่ต้องการ 3. เปิด Extend 4. ระบุ Field ในระบบที่ต้องการนำเป็นประกอบเป็น Running Number โดยระบบจะนำเฉพาะตัวเลขที่ถูกกรอกลง Field นั้นมาเท่านั้น สามารถระบุได้ทั้งหมด 7 รายการ เช่น เลือก Field Customer Reference Receive 1 (ใส่เป็น Label ที่ตั้งไว้ตอนแรก) เมื่อระบบตรวจพบว่า Field Customer Reference Receive 1 ของเอกสารเป็นค่า PO260217 ระบบจะนำเพียง 260217 มาเป็น Running Number ตามจำนวน Digit ที่กำหนดไว้ที่ข้อ 2 เท่านั้น 8. Setting Pallet and Lot Control 1. ในการตั้งค่าจะใช้ข้อมูลส่วนหนึ่งร่วมกับ Module Sequence Strategies 2. หากไม่ได้ทำการ Set Sequence Strategies มาก่อน ส่วน Sequence Strategies จะเป็นค่าตั้งต้นของระบบ คือ 0000000001 ถึง 9999999999 3. เปิดให้ระบบตรวจสอบความ Unique ของ Lot No ได้ 4. กำหนดให้ Lot No ไม่ต้องระบุได้ 5. กำหนดให้ Lot No เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุให้มีการแจ้งเตือนได้ 6. กำหนดให้ Lot No เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุไม่สามารถดำเนินการใดต่อได้ 7. การควบคุมล็อตที่ตั้งค่าในส่วนนี้จะมีผลแค่กับเอกสาร Inbound เท่านั้น 8. เลือก Sequence Strategies ที่สร้างไว้ก่อนหน้า ให้กับ Lot No ได้ 9. เปิดให้รับพาเลทเข้าคลัง ซ้ำกับเลขพาเลทที่อยู่ในคลังได้ 10. กำหนดให้ Pallet ไม่ต้องระบุได้ 11. กำหนดให้ Pallet เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุให้มีการแจ้งเตือนได้ 12. กำหนดให้ Pallet เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุไม่สามารถดำเนินการใดต่อได้ 13. การควบคุมพาเลทที่ตั้งค่าในส่วนนี้จะมีผลแค่กับเอกสาร Inbound เท่านั้น 14. เลือก Sequence Strategies ที่สร้างไว้ก่อนหน้า ให้กับ Pallet ได้ 15. กำหนดให้ Carton ไม่ต้องระบุได้ 16. กำหนดให้ Carton เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุให้มีการแจ้งเตือนได้ 17. กำหนดให้ Carton เป็นข้อมูลจำเป็น หากไม่ได้ระบุไม่สามารถดำเนินการใดต่อได้ 18. การควบคุมเลขกล่องที่ตั้งค่าในส่วนนี้จะมีผลแค่กับเอกสาร Inbound เท่านั้น 19. เลือก Sequence Strategies ที่สร้างไว้ก่อนหน้า ให้กับ Carton ได้
⚙️ ตั้งค่าการจัดการพื้นที่จัดเก็บ
การสร้างพื้นที่จัดเก็บ (Location) พื้นที่จัดเก็บ (Location) คือตำแหน่งสำหรับเก็บสินค้าในคลัง หน้าจอเดียวกันนี้ใช้สร้างได้ทุกวัตถุประสงค์ ทั้งพื้นที่ปกติ พื้นที่สินค้าเสียหาย พื้นที่พักสินค้า ไปจนถึงการผูกกับระบบ ERP โดยต่างกันที่ค่าที่เลือกในแต่ละช่อง เข้าใช้งาน: เมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ (Setting > Location) 1. การสร้างพื้นที่จัดเก็บ 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ 2. คลิก เพิ่มรายการใหม่ (New) — ระบบแสดงหน้าจอกรอกข้อมูล 3. ระบุ รหัส, ชื่อสถานที่จัดเก็บ, รหัสยืนยันแบบสั้น และ ประเภทการจัดเก็บ 4. เลือก สถานะ ของพื้นที่จัดเก็บ (ดูตารางด้านล่าง) 5. เลือก ขอบเขตการจัดเก็บ ให้ตรงกับการใช้งานจริง 6. ระบุ ความกว้าง ยาว สูง พร้อมตรวจหน่วยความยาว (ระบบตั้งต้นเป็น เมตร) 7. ระบุ ความจุน้ำหนักและปริมาตร ที่พื้นที่นี้รองรับได้ 8. ระบุ น้ำหนักสูงสุด พร้อมตรวจหน่วยน้ำหนัก (ระบบตั้งต้นเป็น กิโลกรัม) 9. ตั้งค่า พื้นที่หยิบสินค้า — เปิดเมื่อขอบเขตเป็น "พื้นที่หยิบสินค้า", กรณีอื่นปิดไว้ 10. คลิก บันทึก → ผล: ระบบบันทึกพื้นที่จัดเก็บใหม่สำเร็จ สถานะของพื้นที่จัดเก็บ สถานะ เหมาะกับ ปกติ (Normal) สินค้าทั่วไป สำหรับพื้นที่จัดเก็บหรือพื้นที่หยิบสินค้านำปล่อยออก เสียหาย (Damaged) สินค้าที่มีความเสียหาย ใช้คัดแยกคุณภาพออกจากสินค้าปกติ พัก (Hold) สินค้ารอตรวจสอบคุณภาพตอนรับเข้า, รอหยิบจนครบออเดอร์, หรือไม่ต้องการให้รวมกับกลยุทธ์การหยิบสินค้า ข้อควรรู้ - ปริมาตรสูงสุด ระบบคำนวณให้อัตโนมัติจาก กว้าง × ยาว × สูง ไม่ต้องกรอกเอง - เมื่อเลือกขอบเขตเป็น "พื้นที่หยิบสินค้า" ระบบจะเปิดสวิตช์พื้นที่หยิบสินค้าให้อัตโนมัติ - รหัสสถานที่จัดเก็บห้ามซ้ำกันภายในคลังเดียวกัน 2. การสร้างตามวัตถุประสงค์เฉพาะ ใช้ขั้นตอนเดียวกับหัวข้อ 1 แต่ตั้งค่า 3 ช่องนี้ตามตาราง ต้องการสร้างพื้นที่สำหรับ สถานะ ขอบเขตการจัดเก็บ เหตุผลการพักสินค้า พื้นที่หยิบสินค้า สินค้าเสียหาย เสียหาย (Damage) พื้นที่เก็บสินค้า – ปิด พักสินค้าชั่วคราวขาออก พัก (Hold) พื้นที่พักสินค้าขาออก Freeze ปิด พักสต็อกสินค้าสูญหาย พัก (Hold) พื้นที่เก็บสินค้า Lost ปิด เมื่อเลือกสถานะเป็น "พัก (Hold)" ระบบจะแสดงช่อง เหตุผลการพักสินค้า ขึ้นมาให้เลือก 3. การผูกกับพื้นที่จัดเก็บในระบบ ERP (Binding ERP Location) ใช้เมื่อคลังสินค้ามีการเชื่อมต่อกับระบบภายนอกผ่าน MOLOG MLI (หน้าจอจะแสดงสัญลักษณ์การเชื่อมต่อไว้ด้านบนเสมอ) 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ → คลิก เพิ่มรายการใหม่ (New) 2. กรอกข้อมูลพื้นที่จัดเก็บตามปกติ (หัวข้อ 1) 3. เลือก รหัสสถานที่จัดเก็บในระบบ ERP ตามที่สร้างไว้ก่อนหน้า 4. คลิก บันทึก สำหรับคลังที่ตั้งค่าให้เชื่อม ERP ช่องรหัส ERP จะเป็นช่องบังคับ — ต้องเลือกก่อนจึงจะบันทึกได้ 4. การสร้างพื้นที่จัดเก็บโดยการนำเข้าข้อมูล (Import) ใช้เมื่อต้องการสร้างพื้นที่จัดเก็บจำนวนมากพร้อมกัน 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ → คลิก นำเข้าข้อมูล (Import) 2. ระบบแสดงข้อมูลพื้นฐานของเอกสารนำเข้า เช่น รหัสลูกค้า, ชื่อลูกค้า, รหัสคลังสินค้า 3. คลิก ถัดไป → ระบบเข้าสู่แท็บ รายการ 4. กรอกรายละเอียดพื้นที่จัดเก็บ — ช่องที่จำเป็นจะมี ตัวอักษรสีแดง กำกับไว้ 5. กรอกครบแล้วคลิก นำเข้าทันที → ผล: ระบบตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเข้า แล้วแสดง Pop-up ผลการนำเข้า ข้อควรรู้: ดาวน์โหลด Template ก่อนกรอก ที่หน้าตารางตอนกำลังจะ Import จะมีไอคอน จุด 3 จุด มุมขวาบน คลิกแล้วเลือก ดาวน์โหลด จะได้ไฟล์ Excel Template มา ลูกค้าสามารถกรอกข้อมูลใน Excel ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยคัดลอก (Copy) มาวางที่ตารางทีเดียว คำอธิบาย Toggle ในหน้า Import Toggle การตั้งค่า พฤติกรรม Stop import if error found (หยุดนำเข้าหากพบข้อผิดพลาด) เปิด หากมีแถวใดผิด ระบบหยุด Import ทันที — ไม่นำเข้าแถวใดเลย Stop import if error found (หยุดนำเข้าหากพบข้อผิดพลาด) ปิด นำเข้าเฉพาะแถวที่ถูกต้อง แล้วแจ้ง Error เฉพาะแถวที่มีปัญหา หากนำเข้าข้อมูลซ้ำกับพื้นที่จัดเก็บเดิมในระบบ ระบบจะอัปเดตรายการเดิมโดยยึดข้อมูลจากการนำเข้าครั้งล่าสุด 5. การแก้ไขพื้นที่จัดเก็บ 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ 2. ค้นหาและคลิกเข้าพื้นที่จัดเก็บที่ต้องการแก้ไขจากรายการ 3. แก้ไขข้อมูลในช่องที่ต้องการ 4. คลิก บันทึก → ผล: ระบบบันทึกการแก้ไขสำเร็จ ข้อควรรู้: หากแก้ไขขนาด (กว้าง/ยาว/สูง) ระบบจะคำนวณ ปริมาตรสูงสุด ใหม่ให้อัตโนมัติ 6. การลบพื้นที่จัดเก็บ 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ 2. นำเมาส์ไปวาง (Hover) ที่แถวของพื้นที่จัดเก็บที่ต้องการลบ 3. คลิกไอคอน ถังขยะ ที่แถวนั้น 4. ระบบแสดง Pop-up ให้ยืนยัน — คลิก ลบ → ผล: ระบบลบพื้นที่จัดเก็บออกจากรายการ ข้อควรรู้: ไม่สามารถลบพื้นที่จัดเก็บที่ยังมีสินค้าคงเหลืออยู่ได้ ต้องย้ายหรือเคลียร์สินค้าออกจากพื้นที่นั้นก่อน (ตรวจสอบเงื่อนไขกับหน้าจอจริง) 7. การส่งออกข้อมูล (Export Excel) ใช้เมื่อต้องการนำข้อมูลพื้นที่จัดเก็บออกไปใช้งานต่อ เช่น ตรวจสอบหรือเก็บเป็นไฟล์ 1. เข้าเมนู ตั้งค่า > พื้นที่จัดเก็บ 2. (ถ้าต้องการ) กรองหรือค้นหาเฉพาะรายการที่ต้องการส่งออก 3. คลิกปุ่ม ส่งออกเอ็กเซล (Export Excel) → ผล: ระบบดาวน์โหลดข้อมูลพื้นที่จัดเก็บออกมาเป็นไฟล์ Excel ตามรายการที่เลือก
🏢 การต่ออายุ และชำระค่าบริการการต่ออายุ Subscription
เมื่อการใช้บริการ Software ของท่านถึงระยะเวลาการชำระเงินแล้ว ระบบ จะแจ้งเตือนไปยัง Email ตามรอบดังนี้ - เมื่อเหลือเวลา 30, 15, 7, 3 และ 1 วัน วิธีการต่ออายุ 1. เมื่อท่านได้รับ Email แจ้งเตือนว่า "[MOLOG WMS] Subscription จะหมดอายุใน X วัน" แล้ว ให้กด "ขอใบแจ้งหนี้" ใน Email ที่ได้รับ 2. ระบบจะพาท่านไปที่หน้า login ให้ท่านระบบ domain และ login ให้เรียบร้อย 3. เข้าไปที่หน้าจัดการบัญชีองค์กร https://account.mologtech.com (หรือ กดที่ จัดการบัญชีองค์กร ที่ Profile มุมขวาบน ของท่าน ใน WMS) 4. เมื่อเข้ามาที่ระบบจัดการบัญชีองค์กรแล้ว ให้ไปที่เมนู Payment Information 5. กรอกข้อมูลดังนี้ 1. ข้อมูลออกใบแจ้งหนี้ ให้กด แก้ไข และระบุข้อมูลในการออกใบกำกับภาษีให้เรียบร้อย 2. วิธีการชำระเงิน ให้เพิ่ม วิธีการชำระเงิน เลือกว่าจะชำระแบบ บัตรเครดิต หรือโอนผ่านธนาคาร จากนั้นกด "บันทึก" 6. จากนั้นไปที่เมนู Payment History จะเห็นรายการชำระเงินที่เป็นสถานะ "รอดำเนินการ" 7. กดปุ่ม "แนบ Slip" 8. ให้ Upload เอกสารการโอนเงินที่ช่อง Payslip และ WHT หากไม่ได้ต้องการออก WHT สามารถกดเลือก "ไม่ต้องการหัก ณ ที่จ่าย" ได้ 9. กด ยืนยัน สถานะจะรอเป็น "รอตรวจสอบ" 10. เมื่อทางทีม MOLOG ตรวจสอบรายการชำระค่าบริการผ่านแล้ว สถานะจะแสดงเป็น "ชำระแล้ว" และมี ใบกำกับภาษี ให้ Downlad ได้ที่ช่อง ใบกำกับภาษี พร้อมกับส่งอีเมล์ 11. จากนั้นระบบจะ Active ขยายระยะเวลาให้อัตโนมัติ หมายเหตุ การตรวจสอบรายการชำระค่าบริการ จำเป็นต้องตรวจสอบในเวลาทำการเท่านั้น ดังนั้นผู้ใช้บริการจำเป็นต้องชำระก่อนวันที่หมดอายุ หากต้องการ ใบแจ้งหนี้ ต้องทำอย่างไร - ในวิธีการต่ออายุ เมื่อทำไปถึงขั้นตอนที่ 6 แล้ว ให้กดปุ่ม Request Invoice ระบบจะขึ้น Awaiting รอสักครู่ จะมีปุ่มให้ Download Invoice และมี Email แจ้งหัวข้อ [MOLOG WMS] ใบแจ้งหนี้ของคุณ ส่งไปที่อีเมล์ของท่าน และท่านสามารกด แจ้งหลักฐานการชำระเงิน เพื่อแนบ Payslip & WHT ได้ทันที